Written by 12:49 am ข่าวสาร, โควิดวันนี้

แห่ฉีดวัคซีนโควิด ห่วงระบาดหนัก สั่งทุกหน่วยดูแล

นายกฯ ห่วงโควิดพุ่ง สั่งทุกหน่วยดูแล สธ.ยังไม่สรุปคนงานเมียนมาเสียชีวิตจาก “XBB.1.16” คาด 1-2 สัปดาห์รู้ผล หลังตรวจ ATK พบติดเชื้อ ประชาชนแห่ฉีดวัคซีน “กรมการแพทย์” เผย 4 จุดรับวัคซีนพื้นที่ กทม. 5 แห่งในต่างจังหวัด

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 เมษายน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีความห่วงใยประชาชน เนื่องจากมีกิจกรรมทางสังคมมากขึ้น ประชาชนเดินทางและเข้าร่วมกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมาก อาจมีความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิดที่สูงขึ้น ดังนั้นขอให้เฝ้าระวังอาการตนเอง หากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดศีรษะ ตาแดง มีผื่น ถ่ายเหลว จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ควรตรวจ ATK  หากมีผลเป็นบวก ให้เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลตามสิทธิการรักษา เพื่อลดผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่ม 608 ด้วยความตระหนัก แต่ไม่ตระหนก

ทั้งนี้ นายกฯ ได้ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานบูรณาการเตรียมความพร้อมในการรับมือดูแลอย่างเป็นระบบ ในส่วนของผู้ป่วยโควิดที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาทนั้น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีระบบรองรับ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ผู้ป่วยสีเขียวที่มีอาการเล็กน้อย สามารถเข้ารับบริการได้ ดังนี้ ร้านยาคุณภาพของฉัน ตรวจสอบรายชื่อร้านยาที่เข้าร่วมโครงการได้ที่ https://www.nhso.go.th/downloads/197 หรือพบแพทย์ออนไลน์ ส่งยาฟรีถึงบ้าน ผ่าน 4 แอปพลิเคชัน ได้แก่ Totale Telemed (โททอลเล่ เทเลเมด), แอป Clicknic (คลินิก), แอป MorDee (หมอดี) และแอป Saluber MD

2.ผู้ป่วยสีเหลือง คือผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงรุนแรง เป็นกลุ่ม 608 หรือมีโรคร่วม และมีอาการรุนแรงขึ้น ให้เข้ารับบริการที่หน่วยบริการ (สถานพยาบาล) ประจำที่ลงทะเบียนไว้ หรือหน่วยบริการปฐมภูมิทุกที่ ตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ 3.กลุ่มผู้ป่วยสีแดง ที่มีอาการรุนแรง ได้แก่ หอบเหนื่อยหนักมาก พูดไม่เป็นประโยค แน่นหน้าอก หายใจเจ็บหน้าอก ปอดอักเสบรุนแรง อ่อนเพลีย ตอบสนองช้า ไม่รู้สึกตัว เป็นต้น เข้ารับบริการที่หน่วยบริการได้ทุกแห่งที่ใกล้ที่สุดเพื่อรักษาทันท่วงที โดยใช้สิทธิเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ (UCEP) ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเป็นเพื่อนที่ไลน์ OA สปสช. ไลน์ไอดี @nhso หรือเข้าเว็บไซต์ของ สปสช. ที่ www.nhso.go.th กรณีหาเตียงไม่ได้ หรือหน่วยบริการเตียงเต็ม ให้ติดต่อสายด่วน 1330

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวในการประชุมอัปเดตสถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์ แนวทางการรักษา และการให้วัคซีน ว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ทั่วโลก จำนวนผู้ป่วยไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่าไร อยู่ในช่วงขาลงด้วยซ้ำ ทั้งผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิต เนื่องจากหมดช่วงฤดูหนาวในประเทศแถบเหนือ ส่วนประเทศไทยช่วงต้น เม.ย.ก็พบผู้ติดเชื้อน้อยมากในหลักร้อยที่เข้ามารักษาใน รพ. แต่หลังสงกรานต์ผู้ติดเชื้อเริ่มเพิ่มขึ้นเป็นระลอกเล็ก สถานการณ์ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยจะมีผู้ป่วยเพิ่มอีกครั้งในช่วงฤดูฝนกลาง พ.ค.เป็นต้นไป ขณะนี้การติดเชื้อใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ ส่วนผู้เสียชีวิตต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่จะปรับมาเป็นการฉีดประจำปีนั้น ทั่วโลกก็เริ่มปรับมาเป็นการฉีดประจำปีเช่นกัน ซึ่งการให้วัคซีน 1 เข็มเป็นวัคซีนประจำปี ห่างจากเข็มสุดท้ายหรือติดเชื้อ 3 เดือน ถ้าฉีดมา 1-2 เดือน ก็ให้รอจนครบ 3 เดือนก่อน กลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่ม 607 หญิงตั้งครรภ์ เด็กอายุ 1-5 ปี ผู้ที่มีอาชีพสัมผัสให้บริการคนจำนวนมาก สถานที่แออัด ทัณฑสถาน เรือนจำ และบุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ด่านหน้า อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยวันที่ 1 พ.ค.นี้ กลุ่มเสี่ยงไข้หวัดใหญ่จะรับวัคซีนประจำปีจะรณรงค์พร้อมกัน ทั้งนี้ วัคซีนโควิดรุ่นเดิม รุ่นใหม่ ไม่ว่ายี่ห้อใด ใช้เป็นเข็มกระตุ้นประจำปีได้ ตามช่วงอายุที่ขึ้นทะเบียนไว้ เช่น วัคซีนไฟเซอร์ฝาแดง สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 4 ขวบ,  ฝาส้มสำหรับ 5-11 ขวบ และสีม่วงสำหรับ 12 ปีขึ้นไป

รองอธิบดีกรมควบคุมโรคเปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้มีวัคซีนไบวาเลนท์รุ่นใหม่ของไฟเซอร์และโมเดอร์นา สำหรับอายุ 12 ปีขึ้นไป สำหรับเด็กยังเป็น Monovalent อยู่ ซึ่งกรณีใช้กระตุ้นภูมิสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้สูงกลับมาในระดับป้องกันการติดเชื้อหรือป้องกันความเสี่ยงไม่ให้มีอาการป่วยหนักและรุนแรงได้ Bivalent ของเด็กจะจัดหาในระยะต่อไป เรามี Monovalent จัดหามาปีที่แล้วอีกจำนวนหนึ่ง สามารถให้บริการฉีดได้ตามกลุ่มอายุเป้าหมายที่กำหนดบริษัทวัคซีนขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

เมื่อถามถึงกรณีคนงานเมียนมาเสียชีวิตในห้องพักย่านสาทร ตรวจ ATK ขึ้น 2 ขีด สงสัยอาจติดโควิด-19 สายพันธุ์ XBB.1.16 เนื่องจากก่อนป่วยมีไข้และตาแดง นพ.โสภณกล่าวว่า กรณีดังกล่าวมีการตรวจเชื้อโควิดด้วย ATK ซึ่งเป็นการตรวจเบื้องต้น พบว่ามีการติดเชื้อ แต่ยังไม่มีการเก็บตัวอย่างมาตรวจ RT-PCR เพื่อถอดรหัสสายพันธุ์ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเก็บตัวอย่างใหม่จากร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งจะมีปริมาณเชื้อมากน้อย อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เสียชีวิตด้วย คาดว่าจะทราบข้อเท็จจริงใน 1-2 สัปดาห์

ส่วนข้อสังเกตว่าเสียชีวิตเพราะโควิดหรือไม่นั้น จะต้องดูว่าขณะที่ป่วยมีอาการปอดอักเสบหรือไม่ มีอาการทางระบบทางเดินหายใจจนไม่สามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนในร่างกายได้ จนทำให้หัวใจหยุดเต้นหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนโรคอีกครั้ง ขณะนี้จึงไม่สามารถสรุปข้อมูลได้

ด้าน นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ช่วงก่อนสงกรานต์ที่ผ่านมา อัตราการรับวัคซีนของประชาชนยอมรับว่ามีน้อยมาก แต่หลังเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ประกอบกับการแพร่ระบาดของโควิด XBB.1.16 ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เกิดความตระหนัก และหันมารับวัคซีนอาจมาด้วย 2 ปัจจัย ทั้งจากภูมิคุ้มกันที่ลดลง จากระยะห่างของการรับวัคซีนในโดสก่อนมีมานานแล้ว รวมถึงความกังวลต่อไวรัสสายพันธุ์ลูกผสมตัวใหม่ จึงทำให้คนได้รับวัคซีนมากขึ้น ซึ่งสถานที่ฉีดวัคซีนในสังกัดของกรมการแพทย์ที่เปิดให้บริการตามปกติในเวลาราชการที่ยังคงนิยม ได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี, สถาบันโรคผิวหนัง, สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และโรงพยาบาลสงฆ์ ส่วนในระดับภูมิภาคที่เปิดให้บริการอยู่ ได้แก่ โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี, โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี, โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่, โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี และโรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี

สำหรับแผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่จะฉีดควบคู่กับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 พ.ค.นั้น เบื้องต้นจะเป็นการฉีดวัคซีนแบบคู่ คือต้นแขนข้างหนึ่งฉีดไข้หวัดใหญ่ อีกข้างหนึ่งจะฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อสะดวกในการรับบริการโดยเริ่มในกลุ่มเสี่ยง 608 ก่อน เบื้องต้นจะเป็นการให้บริการในสถานพยาบาลในเวลาราชการตามปกติ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การพยากรณ์โรคที่กรมควบคุมโรคระบุว่าสถานการณ์ของ โควิด-19 อีกรอบหนึ่งจะพบในช่วงเดือนพ.ค. ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับตัววัคซีนนั้น ยังคงต้องรอจากทางกรมควบคุมโรค ขณะเดียวกันยังไม่มีความคิดในเรื่องของการขยายจุดฉีดวัคซีนไปยังสถานีกลางบางซื่อเหมือนในอดีตเช่นเดิม ทั้งนี้ ที่สถาบันโรคผิวหนังที่เปิดให้บริการตามปกติ พบว่ามีประชาชนทยอยมารับวัคซีนอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้เปิดให้มีบริการรับวัคซีนไบวาเลนท์.

(Visited 25 times, 1 visits today)
Close