สถานการณ์โควิด-19 วันนี้ (11 มิถุนายน 2564)

วันนี้ (11 มิถุนายน) ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประจำวัน พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,290 ราย มาจากเรือนจำ 294 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมระลอกเดือนเมษายนจนถึงวันนี้ 160,965 ราย และยอดผู้ป่วยสะสมของการระบาดทั้งหมด 189,828 ราย 

โดยวันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 27 ราย ทำให้การระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 1,308 ราย ภาพรวมของการเสียชีวิตจากโควิด-19 สะสมแล้ว 1,402 ราย 

ทั้งนี้ เวลา 12.30 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) จะแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ที่มา: THE STANDARD

เปลี่ยนแผนฉีดวัคซีน จาก Walk in เป็นลงทะเบียน On-site นายกฯ ย้ำปรับตามสถานการณ์ ช่องทางนี้เป็นบริการเสริม

วันนี้ (20 พฤษภาคม) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องการเน้นย้ำให้ประชาชนเข้าใจเรื่องการฉีดวัคซีนที่รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยรัฐบาลมีแผนการกระจายวัคซีน 3 ช่องทางคือ

1. ระบบหมอพร้อม ซึ่งที่ผ่านมาเปิดให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคลงทะเบียน ขณะนี้มียอดลงทะเบียนแล้ว 7.4 ล้านคน โดยเป็นการลงทะเบียนในกรุงเทพมหานครแล้วกว่า 8 แสนคน และจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปอายุต่ำกว่า 60 ปี ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคมนี้ ซึ่งข้อดีคือประชาชนสามารถเลือกวันเวลาและสถานที่ได้เอง 

2. การลงทะเบียน ณ จุดบริการ หรือ On-site Registration ช่องทางนี้ปรับจากการเรียกว่า Walk in เนื่องจากหากใช้คำว่า Walk in แล้ว อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าทุกคนที่เดินทางไปจะได้ฉีดในวันนั้น จนอาจเกิดปัญหาตามมาได้ แต่การลงทะเบียน ณ จุดบริการจะมีระบบรองรับ และแจ้งประชาชนเมื่อเดินทางไปลงทะเบียนว่า มีวัคซีนสนับสนุนเพียงพอ ณ จุดบริการในวันนั้นหรือไม่ หากพร้อมฉีดแต่วัคซีนไม่พอในวันนั้นก็สามารถทำการลงทะเบียนเพื่อนัดฉีดในวันอื่นได้ โดยไม่ต้องเสียเวลามารอฉีดอีกในวันต่อไป แต่สามารถมาฉีดได้เลยตามที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว ขอย้ำว่าช่องทางนี้เป็นบริการเสริม 

สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ทาง กทม. ได้จัดให้มีการกระจายจุดบริการวัคซีนทั่วพื้นที่ในโรงพยาบาล สถานพยาบาล และหน่วยงาน จำนวน 231 แห่ง นอกจากนี้ยังได้เตรียมสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลอีก 25 แห่ง โดยเตรียมความพร้อมจัดเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางมาสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้ได้เปิดทดลองระบบแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ 1. เซ็นทรัล ลาดพร้าว 2. สามย่านมิตรทาวน์ 3. เดอะมอลล์ บางกะปิ และ 4. บิ๊กซี บางบอน 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่า ถ้าหากในแต่ละจุดที่บริการมีวัคซีนเพียงพอในแต่ละวัน และมีวัคซีนสำรองเนื่องจากมีคนที่นัดแล้วแต่ไม่ได้มาฉีดตามนัดอยู่บ้าง รัฐบาลก็มีแผนในการเปิดการฉีดวัคซีนแบบ Walk in ได้ แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดและความรุนแรงนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งมีการระบาดหลายคลัสเตอร์ในหลายพื้นที่ และเป็นสาเหตุให้นายกรัฐมนตรีมีความจำเป็นต้องตัดสินใจปรับแผนเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยส่วนบริการหลักยังเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม และการ Walk in จะเป็นบริการเสริมในช่วงนี้

3. การจัดสรรฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเฉพาะ หรือการกระจายวัคซีนเชิงยุทธศาสตร์ เน้นจัดสรรวัคซีนไปยังประชาชนกลุ่มเสี่ยง หรือกลุ่มที่มีความจำเป็นพิเศษ หรือมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต เช่น บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า อสม. ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พนักงานด้านการบิน ครู อาจารย์ ผู้ขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์สาธารณะ พนักงานรถไฟและรถไฟฟ้า พนักงานในโรงแรม คณะผู้แทนการทูตและองค์กรระหว่างประเทศ นักธุรกิจและนักเรียน นักศึกษาที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ บุคลากรในโรงงาน คนพิการ พนักงานภาคบริการอาหารและยา และกลุ่มอื่นๆ เพื่อให้การใช้ชีวิตและเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด โดยประชาชนกลุ่มนี้สามารถติดต่อนัดหมายผ่านสถานพยาบาล หรือ อสม. ได้โดยตรง หรือหากเป็นกลุ่มบุคคลหรือสมาคมที่มีเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วน ก็สามารถยื่นเรื่องต่อกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพิจารณาจัดสรรวัคซีนและจัดเตรียมสถานที่ฉีดต่อไป 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรียังมีนโยบายให้เตรียมการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมตั้งแต่ต้นเดือน มิถุนายนนี้ โดยกระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง และภาคเอกชนจะร่วมมือกัน สนับสนุนให้บุคลากรกลุ่มนี้ฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรม การผลิต และภาคบริการ ฟื้นตัวได้โดยเร็ว นอกจากนี้ รัฐบาลมีเป้าหมายระดมฉีดวัคซีนแบบปูพรมใน กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ ให้ได้อย่างน้อย 5 ล้านคน หรือ 70% ของประชากร เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ภายใน 2 เดือนนี้ (มิถุนายน-กรกฎาคม 2564) และฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั้งประเทศให้ครบ 50 ล้านคนภายในปี 2564

ที่มา: THE STANDARD

“หมอพร้อม”เปิดกลุ่มประชาชนทั่วไปอายุ 18-59ปี จองคิวฉีดวัคซีน 31 พ.ค.นี้

เปิดตัวเลขจองคิวฉีดวัคซีนโควิด “ 2 กลุ่มเป้าหมายแรก” ผู้สูงอายุ 60 ปีและ 7 โรคเรื้อรัง ล่าสุดเวลา 08.00 น. วันที่ 16 พ.ค. จองสะสม สะสม 5,743,991ราย เป็นกรุงเทพมหานคร 688,723ราย และต่างจังหวัด 5,054,268 ราย ส่วนประชาชนทั่วไปอายุ 18-59 ปี เริ่มจองได้ 31 พ.ค. เพื่อรอให้รพ.ต่างๆ เปิดระบบให้เรียบร้อย

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2564 เฟซบุ๊ก “หมอพร้อม” เปิดเผย สรุปข้อมูลการจองคิวฉีดวัดซีนโควิด-19 สำหรับประชาชนใน 2 กลุ่มเป้าหมายแรก คือ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ผ่านแพลตฟอร์มหมอพร้อม ทั้งไลน์บัญชีทางการและแอพพลิเคชั่น ซึ่งระบุว่า การจองคิวฉีดวัคซีน ข้อมูลวันที่ 16 พ.ค. เวลา 08.00 น. มีการจองสะสม 5,743,991ราย เป็นกรุงเทพมหานคร 688,723ราย และต่างจังหวัด 5,054,268 ราย

นอกจากนี้ ยังระบุว่า กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีอายุ 18-59 ปีขึ้นไป จะสามารถจองคิวฉีดวัคซีนผ่านระบบหมอพร้อมได้ตั้งแต่ 31 พ.ค.2564 เป็นต้นไป

แหล่งข่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า  จากที่มีกำหนดภายในเดือนมิ.ย.จะมีวัคซีนแอสตราเซเนกาส่งมอบ 6 ล้านโดสแรก ในจำนวนนี้จะมีการจัดสรรไปเพื่อฉีดในกรณีฉุกเฉิน การฉีดสำหรับหน่วยบริการ รวมถึงการวอล์กอิน(Walk in)ราว 2 ล้านโดส จึงจัดสรรผ่านหมอพร้อมในเดือนมิ.ย. ราว 4 ล้านโดส ขณะนี้คิวจองฉีดในเดือนมิ.ย.จึงเต็มแล้ว แต่ประชาชนยังสามารถจองคิวได้ตลอดแต่วันที่จะได้ฉีดคือในเดือน ก.ค.  ส่วนที่ระบบหมอพร้อมยังเปิดให้กลุ่มประชาชนทั่วไป อายุ 18-59ปี จองยังไม่ได้ตอนนี้ แต่จะให้เริ่มได้ในวันที่ 31 พ.ค. เพราะต้องให้เวลารพ.ต่างๆเปิดระบบจองคิวในกลุ่มประชาชนทั่วไปก่อน