ลงทะเบียนจองวัคซีน 76 จังหวัด เริ่ม 14 มิ.ย เป็นต้นไป ผ่าน “หมอพร้อม”

สรุปข้อมูลการเปิด ลงทะเบียนจองวัคซีน กลุ่มประชาชนทั่วไป ใน 76 จังหวัดยกเว้นพื้นที่ กทม. ผ่านไลน์ หมอพร้อม พร้อมกันทั่วประเทศ 14 มิ.ย. นี้

หลังจากกการประชุม และ ชี้แจ้งการดำเนินงานจัดบริการวัคซีนโควิด 19 เตรียมความพร้อมสำหรับการฉีดให้ประชาชนในเดือนมิถุนายน 2564 นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เผยว่า ทุกจังหวัดได้มีการซักซ้อมระบบและฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจะเริ่มฉีดพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 7 มิถุนายน นี้ โดยทางกระทรวงสาธารณสุขจะกระจายวัคซีนไปยัง 76 จังหวัด ตามแผนการจัดสรรวัคซีนแล้ว 

อีกทั้งทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาการฉีดในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ให้ทุกจังหวัดบันทุกข้อมูล การให้บริการ และจำนวนคงตลังยาในระบบ MOPH Immunization Center (MOHP IC) ให้ครบ และเตรียมพร้อมออกเอกสารรับรองผู้ที่รับวัคซีนครบทั้งสองโดส สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ มอบอำนาจให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลระดับจังหวัด ในการออกเอกสารรับรอง

  • สธ. ย้ำทุกจังหวัดเน้นฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มครู อาจาร์ย นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อรองรับการเปิดภาคการศึกษา
  • สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้น และ กลุ่ม 7 โรคเสี่ยงลงทะเบียนไปแล้ว ไม่ต้องลงทะเบียนแล้ว และจะได้รับวัคซีน ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย นี้
  • กลุ่มประชาชนทั้วไป อายุ 18-59 ปี ในพื้นที่ 76 จังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร เปิดให้ลงทะเบียนเริ่มลงทะเบียนวันที่ 14 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ผ่าน ไลน์ และแอปพลิเคชัน หมอพร้อม / แอปพลิเคชันของจังหวัด ผ่านอสม. / รพ.สต. หรือติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้าน
  • เมื่อฉีดเข็ทแรกแล้ว ข้อมูลจะถูกจัดเก็บที่ฐานข้อมูล MOHP IC พร้อมทั้งติดตามอาหารหลังฉีด และ นัดหมายในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 รวมทั้งออกเอกสารรับรองหาดไปรับวัคซีนครบทั้ง 2 เข็มแล้ว

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า

  • ศบค.มีเป้าหมายฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรก จำนวน 50 ล้านโดสให้เสร็จภายในเดือนกันยายน 2564 เริ่มฉีดอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 มิ.ย 2564 เป็นต้นไป ยืนยันทุกจังหวัดมีวัคซีนแน่นอน
  • วัคซีนที่รัฐบาลจัดหาคือ วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าและวัคซีนซิโนแวค สามารถฉีดได้ในกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไปเหมือนกัน
  • ในส่วนของวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ทางศบต จะเป็นผู้กำหนดในการจัดส่งวัคซีนแต่ละจังหวัด และทางกระทรวงสาธารณสุขจึงจัดส่งวัคซีนไปตามนั้น
  • คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาการฉีดในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ โดยพิจารณาทั้งจากจำนวนประชากร, สถานการณ์การระบาด, กลุ่มเป้าหมาย, พื้นที่นโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว, กลุ่มผู้สูงอายุและ 7 โรคเรื้อรังที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อม ที่ต้องพิจารณาฉีดให้เป็นกลุ่มแรกๆ
  • การจัดส่งวัคซีน เป็นการจัดส่งแบบรายสัปดาห์ ให้ดหมาะสมและปรับให้ทันต่อสถานการณ์ และติดตามผลว่าตรงตามเป้าหมายหรือไม่ และรายงานยอดคงเหลือ หากได้ตามเป้ากมายจะทำการจัดส่งวัคซีนไปเพิ่ม
  • สำหรับการจัดสรรวัคซีนในกลุ่มประชากรของกรุงเทพมหานคร (กทม.) และผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม และกทม. เมื่อรับวัคซีนแล้วจะไปดำเนินการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนเอง

ที่มา: BRIGHTTV

ตารางการฉีดวัคซีนโควิดของประเทศไทยให้ครบ 100 ล้านเข็ม ภายในสิ้นปี 2564

จากสถานการณ์โควิดระบาดทั่วโลกอย่างกว้างขวางและรุนแรง ส่งผลกระทบกับมนุษยชาติทุกประเทศ ไม่แตกต่างกันเลยนั้นเมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งปีเศษ ก็เหลือความหวังที่สำคัญคือ การฉีดวัคซีนให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่(Herd Immunity) อย่างน้อย 60-70% ของประชากรโลก

จึงจะสามารยุติหรือยับยั้งการระบาดขนาดใหญ่ได้ (แต่จะยังมีการระบาดประปรายเป็นโรคประจำถิ่นเช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ต่อไป)

ประเทศไทยก็อยู่ในบริบทเดียวกัน ยิ่งเมื่อเกิดการระบาดระลอกที่สาม ที่มีความกว้างขวางรุนแรงด้วยแล้ว วัคซีนก็จะยิ่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในวันนี้ (20 พฤษภาคม 2564) มีผู้ติดเชื้อสะสมระลอกสามแล้ว 90,722 คน และเสียชีวิตในระลอกที่สาม 609 คนการฉีดวัคซีนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ จึงเป็นมาตรการที่สำคัญและเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้ผู้เขียนได้รวบรวมข้อมูลที่สำคัญต่างๆเกี่ยวกับวัคซีนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับข้อมูลวิชาการของวัคซีน การขึ้นของระดับภูมิคุ้มกัน การทิ้งระยะเวลาฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มสอง

มาประกอบการวิเคราะห์ เพื่อจัดทำตารางดังกล่าวเพื่อให้เห็นแนวทางความเป็นไปได้ ของความสำเร็จในการฉีดวัคซีน 100 ล้านเข็ม สำหรับประชากร 50 ล้านคน (70% ของประชากรทั้งประเทศ) จนเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ภายในปี 2564 ดังนี้

ข้อมูลเบื้องต้น

1) วัคซีน Sinovac ฉีดสองเข็ม ห่างกัน 3 สัปดาห์ จึงจะป้องกันโรคได้ หลังจากฉีดเข็มที่สองไปแล้ว สัปดาห์

2) วัคซีน AstraZeneca ฉีดเข็มแรกแล้ว 4 สัปดาห์ จะมีภูมิคุ้มกันขึ้นเพียงพอที่จะป้องกันโรคได้ สามารถไปฉีดกระตุ้นเข็มที่สองห่างจากเข็มแรก 12-16 สัปดาห์ (3-4 เดือน) และพบว่าการฉีดกระตุ้นเข็มสองที่ห่างออกไป จะได้ภูมิคุ้มกัน สูงกว่าการฉีดกระตุ้นเข็มสองที่ 4 สัปดาห์

3) ขณะนี้ประเทศไทยมีวัคซีน Sinovac 4 ล้านเข็ม และสิ้นเดือนนี้จะมาอีก 2 ล้านเข็ม รวมเป็น 6 ล้านเข็ม 

4) วัคซีน AstraZeneca ที่บริษัทสยามไบโอซายน์ผลิตได้ 61 ล้านเข็ม จะทยอยส่งมอบเดือนมิถุนายน 6 ล้านเข็ม กรกฎาคมถึงพฤศจิกายนเดือนละ 10 ล้านเข็ม และธันวาคม 5 ล้านเข็ม 

5) จะมีวัคซีนเสริมเข้ามาปลายปีในช่วงไตรมาสสี่ ประกอบด้วยบริษัท Pfizer ,Johnson & Johnson, Sputnik V, Moderna และจะมี Sinovac ปิดท้ายในเดือนธันวาคม 2564 รวมแล้ว 35 ล้านเข็ม 

6) ศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทยที่จะฉีดวัคซีนได้ เฉลี่ยทุกโรงพยาบาลฉีดได้วันละ 500 เข็ม มีโรงพยาบาลของรัฐ 1000 โรง จะฉีดได้วันละ 5 แสนเข็มเป็นขั้นต่ำ สามารถระดมกำลังการฉีดเพิ่ม หรือภาคเอกชนมาร่วมฉีด ก็จะได้มากยิ่งขึ้น จากข้อมูลเบื้องต้นดังกล่าว ลองมาดูตารางประกอบการฉีดวัคซีน 100 ล้านเข็มดังนี้

พฤษภาคม 2564 วัคซีน Sinovac 6 ล้านเข็ม จะฉีดให้กับประชาชนได้ 3 ล้านคน เพราะทุกคนต้องฉีดสองเข็มจึงจะมีภูมิคุ้มกันป้องกันโรคได้มิถุนายน 2564 วัคซีน AstraZeneca 6 ล้านเข็ม ฉีดให้กับประชาชนได้ 6 ล้านคน ไม่ใช่ฉีดได้ 3 ล้านคน เพราะการฉีดกระตุ้นเข็มสองจะไปฉีดในอีก 3-4 เดือนถัดมา วัคซีนทั้ง 6 ล้านเข็ม จึงกระจายไปฉีดได้ทั้ง 6 ล้านคน กรกฎาคมและสิงหาคม 2564 มีวัคซีน AstraZeneca ส่งมอบเดือนละ 10 ล้านเข็ม ก็จะฉีดได้เดือนละ 10 ล้านคน กันยายน 2564 วัคซีน AstraZeneca 10 ล้านเข็ม จะฉีดคนใหม่เข็มหนึ่งได้ 4 ล้านคน ส่วนอีก 6 ล้านเข็มต้องไปฉีดกระตุ้นเข็มสองให้กับผู้ที่ฉีดวัคซีน 6 ล้านคนในเดือนมิถุนายน  ตุลาคมและพฤศจิกายน 2564 วัคซีนจำนวน 10 ล้านเข็ม จะเป็นการฉีดกระตุ้นเข็มสองให้กับผู้ที่ฉีดในเดือนกรกฎาคม และสิงหาคม ธันวาคม 2564 วัคซีน AstraZeneca จำนวน 5 ล้านเข็ม โดยจะมีวัคซีนเสริมที่ไม่ใช่ Sinovac และ AstraZeneca เข้ามาในไตรมาส 3-4 คือในเดือนกันยายนถึงธันวาคม และจะมีวัคซีนของบริษัท Johnson & Johnson ที่ฉีดเพียงเข็มเดียวเข้ามาด้วย 

จึงทำให้สามารถสรุปได้ดังนี้ 

1) สิ้นเดือนกรกฎาคม 2564 จะสามารถฉีดวัคซีนเข็มหนึ่งได้ถึง 19 ล้านคน คิดเป็น 27% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ซึ่งเป็นตัวเลขที่สำคัญมากเพราะมีการศึกษาพบว่า ถ้าประชากรฉีดวัคซีนเข็มหนึ่งมากกว่า 25% จะสามารถชะลอการติดเชื้อรายใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนการยุติการระบาดใหญ่นั้น จะต้องฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ 70 ของจำนวนประชากรทั้งหมด 

2) สิ้นเดือนกันยายน 2564 ตามแผนนี้ จะฉีดวัคซีนได้กว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศคือ 54%  

3) สิ้นธันวาคม 2564 จะฉีดวัคซีนได้ทั้งสิ้น 100 ล้านเข็มหรือ 50 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 70 ของประชากรทั้งประเทศ โดยที่ศักยภาพในการฉีดนั้น จะเริ่มต้นที่

มิถุนายนวันละ 2 แสนเข็ม หรือ 6 ล้านคนต่อเดือน เดือนกรกฎาคมเป็นวันละ 3.3 แสนเข็ม หรือ 10 ล้านเข็มต่อเดือน และขยับขึ้นสูงสุดในเดือนกันยายนเป็นต้นไป วันละ 6.6 แสนเข็ม หรือเดือนละ 20 ล้านเข็ม

บทวิเคราะห์นี้

ประมาณการมาจากข้อมูลการแถลงจากท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ข้อมูลจากสถาบันวัคซีนแห่งชาติ องค์การเภสัชกรรม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกระทรวงสาธารณสุข ความแม่นยำอยู่ในระดับปานกลางถึงสูง 

ทั้งนี้มีตัวแปรที่สำคัญ ประกอบด้วย

1)การผลิตวัคซีนของบริษัทสยามไบโอซายน์ จะต้องส่งวัคซีนตามกำหนดเวลา

2) บริษัทวัคซีนนำเข้าอีกห้าบริษัทที่เสริมนั้น เป็นไปตามที่ได้ตกลงกันไว้ในเบื้องต้น

3) มีประชาชนสนใจที่จะฉีดวัคซีนได้ถึง 70% ของจำนวนประชากรทุกคนจึงควรร่วมแรงร่วมใจ ศึกษาหาข้อมูล ตลอดจนทำความเข้าใจเรื่องวัคซีน ทั้งประสิทธิผล ผลข้างเคียง และประโยชน์ที่จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่อันจะส่งผลดีกับประเทศชาติในอนาคตแล้วร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกัน รับวัคซีนตามกำหนดเวลาที่เหมาะสมต่อไป

ที่มา: ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย

ตัวเลขจองวัคซีน “โควิด-19” ผ่าน “หมอพร้อม” ล่าสุดจองแล้ว 7.2 ล้านคน

“หมอพร้อม” เปิดตัวเลขยอดจองวัคซีนโควิด-19 “แอสตราเซเนกา” สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ล่าสุด 7,223,169 ราย

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 19 พ.ค. 2564 เฟซบุ๊ก “หมอพร้อม” เปิดเผยจำนวนตัวเลขการจองวัคซีน โควิด-19 แอสตราเซเนกา สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง จำนวนการจองคิวฉีดวัคซีนสะสมรวม 7,223,169 ราย แบ่งเป็น จำนวนการจองคิวฉีดวัคซีน กรุงเทพมหานคร 783,625 ราย จำนวนการจองคิวฉีดวัคซีน ต่างจังหวัด 6,439,544 ราย.

ตอบข้อสงสัย “หมอพร้อม” เพื่อให้ “ทุกคนพร้อม” จองฉีดวัคซีนโควิด 19

วัคซีนโควิด 19 ความหวังที่ทุกคนในประเทศรอคอย เพื่อให้ทุกคนสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติเหมือนที่ผ่านมาในอดีต ได้มาพร้อมกับ “หมอพร้อม” ระบบลงทะเบียนขอสิทธิ์การฉีดวัคซีนผ่านทาง Line Official Account (Line OA) และ Mobile application ซึ่งอาจเป็นสิ่งใหม่สำหรับบางคน รวมถึงมีเงื่อนไข และข้อมูลต่างๆ ที่ทำให้มีคำถามตามมามากมาย

เพื่อให้ความหวังการฉีดวัคซีนนี้สมหวัง เราจึงรวบรวมคำถาม และคำตอบอย่างสรุป ให้เข้าใจได้มากขึ้น

ขั้นตอนการใช้งาน Line Official Account “หมอพร้อม” เวอร์ชั่น 2 จาก ศูนย์ประสานงานข้อมูลหมอพร้อม (ข้อมูลอัปเดตวันที่ 4 พฤษภาคม 2564)

Q1: องค์ประกอบการลงทะเบียน “หมอพร้อม” รอบแรก มีอะไรบ้าง?

คำตอบ: สำหรับการลงทะเบียน “หมอพร้อม” รอบแรก จะมีองค์ประกอบ 3 ส่วนด้วยกันตามลำดับ คือ

  1. ท่านที่มีรายชื่อเป็นกลุ่มเป้าหมายผู้รับวัคซีน (whitelist) ซึ่งโรงพยาบาลที่ท่านใช้บริการส่งข้อมูลของท่านให้กับส่วนกลางของกระทรวงสาธารณสุขแล้วเท่านั้น!
  2. สถานที่ที่ท่านเลือกจะไปฉีดวัคซีน (สถานที่เดียวกับที่ส่งสิทธิ์ของท่านไปที่ส่วนกลางของกระทรวงสาธารณสุข อาจจะมีหลายแห่งก็ได้) “เปิดรับ (Slot) ฉีดวัคซีน” ซึ่งเป็นสิทธิ์ของโรงพยาบาลนั้นๆ
  3. ลงทะเบียนผ่าน Line OA ของ “หมอพร้อม” หรือ Mobile application “หมอพร้อม”​ โดยสามารถให้ผู้อื่นช่วยลงทะเบียนแทนได้

แต่หากท่านเป็นผู้ที่มีรายชื่อเป็นกลุ่มเป้าหมายผู้รับวัคซีน (whitelist) และไม่สามารถลงทะเบียนผ่านระบบมือถือ หรือไม่สะดวกลงทะเบียนผ่านระบบมือถือ ท่านสามารถติดต่อไปที่โรงพยาบาลที่ท่านรักษาเป็นประจำได้โดยตรงเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

Q2: ใครมีสิทธิ์ลงทะเบียนหมอพร้อม “รอบแรก”

คำตอบ: ในรอบนี้จะเป็นกลุ่มผู้ที่เป็น 7 โรคเรื้อรัง* และ กลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

ซึ่งเป็นอันดับที่ 3 และ 4 จากการเรียงตาม 5 รายชื่อกลุ่มเป้าหมายผู้รับวัคซีน (whitelist) ของทางกระทรวงสาธารณสุข ที่จัดเรียงตามลำดับความสำคัญของกลุ่มเสี่ยง เพื่อลดอาการป่วยรุนแรง และลดอัตราการเสียชีวิตจากโควิด 19 โดย 5 รายชื่อกลุ่มเป้าหมายผู้รับวัคซีน (whitelist) นี้คือ

  1. บุคลากรทางการแพทย์ (จำนวน 1.2 ล้านคน)
  2. บุคลากรด่านหน้า เช่น ทหาร ตำรวจ (จำนวน 1.8 ล้านคน)
  3. กลุ่มผู้ที่เป็น 7 โรคเรื้อรัง* ได้แก่ (จำนวน 4.4 ล้านคน)
  4. กลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป (จำนวน 11.7 ล้านคน)
  5. ประชาชนที่เหลือ (จำนวน 31 ล้านคน)

*โรคเรื้อรัง 7 โรค ได้แก่
1. โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคหอบหืดที่ควบคุมได้ไม่ดี
2. โรคหัวใจและหลอดเลือด
3. โรคไตวายเรื้อรังระยะที่ 5 (ระยะสุดท้าย)
4. โรคหลอดเลือดสมอง
5. โรคมะเร็งทุกชนิดที่อยู่ระหว่างเคมีบำบัด รังสีบำบัด และภูมิคุ้มกันบำบัด
6. โรคเบาหวาน
7. โรคอ้วน (น้ำหนัก > 100 กิโลกรัม หรือ BMI > 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร)

Q3: สิทธิ์รอบแรกมาจากไหน?

คำตอบ: รายชื่อในระบบได้มาจากโรงพยาบาลทั่วประเทศกว่า 1,000 แห่ง ส่งข้อมูลมาให้กับส่วนกลางของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ทราบว่าใครเป็นกลุ่มผู้เป็นโรคเรื้อรัง และผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

เนื่องจากปริมาณข้อมูลมากและมาจากหลายแหล่ง จึงอาจมีโอกาสส่งผลให้ข้อมูลตกหล่นได้ ซึ่งหากใครเข้าข่ายในกลุ่มทั้ง 2 แต่ไม่พบรายชื่อ ให้ทำการแจ้งโรงพยาบาลที่ท่านมีประวัติการรักษาส่งรายชื่อท่านไปที่ส่วนกลางของกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง เพื่อให้สามารถลงทะเบียนได้ต่อไป

Q4: ลงทะเบียนได้กี่ช่องทาง?

คำตอบ: มี 3 ช่องทาง โดยเลือกเพียง 1 ช่องทาง คือ

  1. Line OA หมอพร้อม
  2. Mobile application หมอพร้อม
  3. ติดต่อโดยตรงกับโรงพยาบาลที่ท่านรักษาอยู่ หรือ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือ อสม.

Q5: ถ้ารายชื่อตกหล่น ต้องทำอย่างไร?

คำตอบ: ถ้าพบว่ารายชื่อตกหล่น ให้ติดต่อไปที่โรงพยาบาลที่มีประวัติการรักษา เพื่อให้โรงพยาบาลส่งข้อมูลของท่านให้ส่วนกลางกระทรวงสาธารณสุข

Q6: ต้องรีบจองหรือไม่? เพราะกลัวจะเต็มจำนวน

คำตอบ: ไม่ต้องรีบ ในการฉีดวัคซีนรอบแรกนี้ (มิถุนายน ถึง กรกฎาคม 2564) มีวัคซีนของแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ที่จัดหาไว้ทั้งสิ้น 16 ล้านโดส ซึ่งจะครอบคลุมการฉีดวัคซีนเข็มแรกของกลุ่มเป้าหมายในรอบนี้ที่มีอยู่ประมาณ 16 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขได้วางแผนจัดหาวัคซีนให้ครอบคลุมเป้าหมายทั้งสิ้นที่ 50 ล้านคน (70% ของประชากร) ภายในสิ้นปีนี้

Q7: “หมอพร้อม” รอบนี้ฉีดยี่ห้ออะไร?

คำตอบ: ได้รับวัคซีนยี่ห้อ แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ผลิตโดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จํากัด ของประเทศไทย สำหรับทั้ง 2 กลุ่ม คือกลุ่มผู้ที่เป็น 7 โรคเรื้อรัง และ กลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

ศึกษาเพิ่มเติม วัคซีนโควิด 19 ฉบับอัปเดตล่าสุด

Q8: วัคซีนโควิด 19 เข็มที่ 1 และ 2 ฉีดคนละยี่ห้อได้ไหม?

คำตอบ: สามารถฉีดได้ แต่ไม่แนะนำ ยกเว้นกรณีแพทย์เห็นว่าจำเป็นจะต้องเปลี่ยนยี่ห้อในการฉีด เนื่องจากเมื่อท่านได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ระบบจะทำการจองวัน เวลา และสถานที่สำหรับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ให้ทันที หากท่านมีการเปลี่ยนแปลงยี่ห้อวัคซีนที่จะฉีด จะส่งผลให้ได้รับการฉีดวัคซีนที่ล่าช้าออกไป

Q9: ลงทะเบียน “หมอพร้อม” รอบแรกภายในเมื่อไหร่? และฉีดวัคซีนเมื่อไหร่?

คำตอบ: ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 พฤษภาคม 2564 หรือจนกว่าวัคซีนจะมา และสามารถกำหนดวันฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2564 ซึ่งจะเป็นวัคซีนแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ผลิตโดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จํากัด ของประเทศไทย

Q10: รอบประชาชนทั่วไป ลงทะเบียนได้เมื่อไหร่? และฉีดวัคซีนได้เมื่อไหร่?

คำตอบ: รอบประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นกลุ่มสุดท้ายของรายชื่อกลุ่มเป้าหมายผู้รับวัคซีน (whitelist) คาดว่าจะเปิดให้จองสิทธิ์เดือนกรกฎาคม และสามารถฉีดวัคซีนได้ในเดือนสิงหาคม หรืออาจเร็วกว่านั้น ขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีนที่เหลือ และการจัดสรรวัคซีนได้เพิ่มเติม

Q11: ลงทะเบียนได้ 24 ชม. หรือไม่? และมีวันสิ้นสุดหรือไม่?

คำตอบ: สามารถลงทะเบียนได้ 24 ชม. จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 หรือจนกว่าวัคซีนจะมา

Q12: รู้ได้ยังไงว่าลงทะเบียนแล้วสำเร็จ?

คำตอบ: ถ้าท่านลงทะเบียนและกำหนดสถานที่ วัน เวลาฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว จะมีการส่งข้อมูลจากระบบยืนยันกลับให้ท่านทันที

Q13: ลงทะเบียนแล้วไปฉีดที่ไหนได้บ้าง? และโรงพยาบาลเปิดให้ฉีดวัคซีนได้จำนวนเท่าไร?

คำตอบ: หากท่านลงทะเบียนได้ ก็จะสามารถเลือกสถานที่รับการฉีดวัคซีนได้ตามที่ปรากฏบน Line OA หมอพร้อม หรือ Mobile application หมอพร้อม เช่น โรงพยาบาลที่ท่านรักษาเป็นประจำ เป็นต้น

โดยแต่ละโรงพยาบาลรองรับการฉีดวัคซีนได้ดังนี้

  • โรงพยาบาลขนาดเล็ก 360 คน/วัน
  • โรงพยาบาลขนาดใหญ่ 600 คน/วัน

แต่ในส่วนของโรงพยาบาลสนาม ไม่ได้เปิดให้ฉีดวัคซีน ขอให้ประชาชนไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลเท่านั้น เนื่องจากมีประวัติอยู่แล้ว เพราะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อาจมีความเสี่ยงหากต้องไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลสนาม

Q14: ลงทะเบียน แต่เลือกรพ.ไม่ได้ และเลือกเวลาไม่ได้ ต้องแก้ไขยังไง?

คำตอบ: แสดงว่าท่านเป็นผู้มีสิทธิ์ แต่โรงพยาบาลที่ท่านเลือกไม่เปิดรับการฉีดวัคซีน หรืออาจมีการปิดรับการฉีดวัคซีน เนื่องจากโควต้าคิวที่จองเต็มแล้ว อาจต้องเลือกโรงพยาบาลอื่น หรือรอจนกว่าโรงพยาบาลที่ท่านต้องการไปฉีด เปิดรับอีกครั้ง

Q15: บัตรประชาชนเป็นแบบเก่า ไม่มีเลขหลังบัตร (Laser ID) ลงทะเบียนอย่างไร?

คำตอบ: หากท่านเป็นกลุ่มที่มีสิทธิ์ สามารถติดต่อโรงพยาบาลที่ท่านมีประวัติการรักษา หรืออสม. ที่ดูแลท่าน

Q16: ผู้ที่เป็นโรคอ้วน แต่ไม่มีประวัติในโรงพยาบาล ลงทะเบียนอย่างไร?

คำตอบ: ผู้ที่เป็นโรคอ้วน (น้ำหนัก > 100 กิโลกรัม หรือ BMI > 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) ถือว่าอยู่ในรายชื่อกลุ่มเป้าหมายผู้รับวัคซีน (whitelist) ที่เป็น 7 โรคเรื้อรัง แต่อาจไม่มีประวัติในโรงพยาบาล เพราะอาจไปรักษาที่คลินิกต่างๆ

ท่านสามารถติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้านได้โดยตรง เพื่อให้โรงพยาบาลนั้นๆ แจ้งสิทธิ์ของท่านให้กับส่วนกลางกระทรวงสาธารณสุข

Q17: วันที่ฉีดวัคซีนโควิด 19 ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

คำตอบ: เอกสารที่ต้องใช้ คือ

  1. บัตรประจำตัวประชาชน
  2. หน้า application หมอพร้อม ที่ยืนยันการรับวัคซีน หรือ เอกสารการนัดรับวัคซีน กรณีลงทะเบียนผ่านโรงพยาบาลที่ท่านรักษาอยู่ หรือ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือ อสม.

Q18: รับวัคซีนแล้ว กลับมาใช้ชีวิตแบบปกติก่อน New Normal ได้เลยไหม?

คำตอบ: เมื่อได้รับวัคซีนแล้ว ร่างกายจะได้รับการกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาหลังจากรับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ซึ่งยังคงมีโอกาสที่จะได้รับเชื้อโควิด-19 แล้วเกิดอาการป่วยได้ แต่จะลดอาการป่วยรุนแรง และลดอัตราการเสียชีวิตลง จึงขอแนะนำให้ทุกท่านยังคงใส่หน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง และล้างมืออย่างสม่ำเสมอ จนกว่าจะมีประกาศจากทางกระทรวงสาธารณสุข

หากมีข้อสงสัยเรื่องการใช้ “หมอพร้อม” สอบถามได้ที่ 0-2792-2333
อ้างอิงข้อมูล:
– นพ.พงศธร แจงทุกข้อสงสัย ลงทะเบียน “หมอพร้อม” ทำไมลงยากลงเย็น (คลิปการให้สัมภาษณ์ link)
– ศูนย์ประสานงานข้อมูล “หมอพร้อม”

ที่มา: โรงพยาบาลพระรามเก้า

หมอพร้อม วัคซีนพร้อม คุณพร้อมหรือยัง

“หมอพร้อม” “มั่นใจ ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ” ระบบการให้บริการวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมให้บริการ

หมอพร้อมไม่ใช่ระบบจองวัคซีน
แต่เป็นระบบรองรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของแต่ละกลุ่ม ที่มีความเสี่ยงแตกต่างกันไป
ใช้เป็นช่องทางสื่อสาร
เป็นระบบรายงานติดตามอาการที่ไม่พึงประสงค์
เป็นระบบนัดหมายในการรับวัคซีนเข็มที่ 2

หมอพร้อม Line Official Account

  • หมอพร้อม ไม่ใช่ application ไม่ใช่การต้องโหลดมาติดตั้งแบบแอปอื่นๆ 
  • หมอพร้อม เป็น Line Official Account ที่อยู่ใน Line ที่เราใช้กันทุกวันนี่เอง 
  • วิธีการเข้าถึงคือ พิมพ์ “หมอพร้อม” หรือ ผ่าน QR Code หรือ ลิงค์ line://ti/p/@475ptmfj
  • ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android

วัตถุประสงค์ของหมอพร้อม กับการฉีดวัคซีนโควิด-19

  • หมอพร้อมไม่ใช่ระบบจองวัคซีน อย่าเข้าใจผิด ไม่ใช่การลงชื่อเพื่อหวังจะได้จองคิวฉีดวัคซีนนะจ๊ะ
  • หมอพร้อม ใช้เป็นระบบรองรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของแต่ละกลุ่ม ที่มีความเสี่ยงแตกต่างกันไป
  • หมอพร้อม จะถูกใช้เป็นช่องทางสื่อสาร ระหว่างหน่วยงานที่จัดการเรื่องการฉีดวัคซีน การติดตามผลการฉีด กับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว
  • ใช้เป็นระบบรายงานติดตามอาการที่ไม่พึงประสงค์ ที่อาจจะเกิดกับผู้ที่รับวัคซีนไปแล้ว
  • ใช้เป็นระบบนัดหมายในการรับวัคซีนเข็มที่ 2 

วิธีใช้งาน

  1. หลังจากหาแอพเจอและกดเพิ่มเพื่อนไปแล้ว ก็มีขั้นตอนคือ 1) ต้องลงทะเบียน 2) ตรวจสอบข้อมูล และยืนยัน  นอกจากตัวเองแล้ว ยังสามารถลงทะเบียนแทนคนในครอบครัวได้ โดย ไปที่หน้าต่างยืนยันข้อมูลอีกครั้ง กด “เพิ่มบุคคลอื่น” และ “ระบุความสัมพันธ์” แล้ว “ลงทะเบียนและยืนยัน” รอยืนยันจากระบบ หากลงทะเบียนสำเร็จ
  2. ตรวจสอบและยืนยันสิทธิการรับวัคซีนโควิด-19 
    ไปที่หน้าหลัก กดเมนู “วัคซีน” ตรวจสอบข้อมูล แล้วกดปุ่มรับสิทธิ์ สามารถค้นหาหน่วยงานที่ให้บริการวัคซีนได้
  3. ประเมินอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 (ประชาชน)
    3.1 หลังฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 แล้ว จะได้รับข้อความยืนยัน 3.2 ทำแบบประเมิน หลังจากได้รับวัคซีน ในวันที่ 1 (วันแรก) 3.3 จะได้รับการแจ้งเตือนให้ทำแบบประเมินครั้งที่ 2 ในอีก 7 วัน หลังจากฉีดวัคซีน3.4 จะได้รับการแจ้งเตือนให้ทำแบบประเมินครั้งที่ 3 ในวันที่ 30 วัน หลังจากฉีดวัคซีน3.5 จากนั้นจะได้รับการแจ้งเตือนฉีดวัคซีนเข็มที่ 2
  4. ประเมินอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 (ประชาชน)
    4.1 หลังฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว จะได้รับข้อความยืนยัน 4.2 ทำแบบประเมิน หลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ในวันที่ 1 (วันแรก) 4.3 จะได้รับการแจ้งเตือนให้ทำแบบประเมิน อีก 3 ครั้ง คือในวันที่ 7 30 และ 604.4 หลังจากนั้นจะได้รับการยืนยันว่าได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 เข็ม ถือเป็นอันได้รับวัคซีนโดยครบถ้วนสมบูรณ์