ลงทะเบียนจองวัคซีน 76 จังหวัด เริ่ม 14 มิ.ย เป็นต้นไป ผ่าน “หมอพร้อม”

สรุปข้อมูลการเปิด ลงทะเบียนจองวัคซีน กลุ่มประชาชนทั่วไป ใน 76 จังหวัดยกเว้นพื้นที่ กทม. ผ่านไลน์ หมอพร้อม พร้อมกันทั่วประเทศ 14 มิ.ย. นี้

หลังจากกการประชุม และ ชี้แจ้งการดำเนินงานจัดบริการวัคซีนโควิด 19 เตรียมความพร้อมสำหรับการฉีดให้ประชาชนในเดือนมิถุนายน 2564 นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เผยว่า ทุกจังหวัดได้มีการซักซ้อมระบบและฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจะเริ่มฉีดพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 7 มิถุนายน นี้ โดยทางกระทรวงสาธารณสุขจะกระจายวัคซีนไปยัง 76 จังหวัด ตามแผนการจัดสรรวัคซีนแล้ว 

อีกทั้งทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาการฉีดในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ให้ทุกจังหวัดบันทุกข้อมูล การให้บริการ และจำนวนคงตลังยาในระบบ MOPH Immunization Center (MOHP IC) ให้ครบ และเตรียมพร้อมออกเอกสารรับรองผู้ที่รับวัคซีนครบทั้งสองโดส สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ มอบอำนาจให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลระดับจังหวัด ในการออกเอกสารรับรอง

  • สธ. ย้ำทุกจังหวัดเน้นฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มครู อาจาร์ย นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อรองรับการเปิดภาคการศึกษา
  • สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้น และ กลุ่ม 7 โรคเสี่ยงลงทะเบียนไปแล้ว ไม่ต้องลงทะเบียนแล้ว และจะได้รับวัคซีน ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย นี้
  • กลุ่มประชาชนทั้วไป อายุ 18-59 ปี ในพื้นที่ 76 จังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร เปิดให้ลงทะเบียนเริ่มลงทะเบียนวันที่ 14 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ผ่าน ไลน์ และแอปพลิเคชัน หมอพร้อม / แอปพลิเคชันของจังหวัด ผ่านอสม. / รพ.สต. หรือติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้าน
  • เมื่อฉีดเข็ทแรกแล้ว ข้อมูลจะถูกจัดเก็บที่ฐานข้อมูล MOHP IC พร้อมทั้งติดตามอาหารหลังฉีด และ นัดหมายในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 รวมทั้งออกเอกสารรับรองหาดไปรับวัคซีนครบทั้ง 2 เข็มแล้ว

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า

  • ศบค.มีเป้าหมายฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรก จำนวน 50 ล้านโดสให้เสร็จภายในเดือนกันยายน 2564 เริ่มฉีดอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 มิ.ย 2564 เป็นต้นไป ยืนยันทุกจังหวัดมีวัคซีนแน่นอน
  • วัคซีนที่รัฐบาลจัดหาคือ วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าและวัคซีนซิโนแวค สามารถฉีดได้ในกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไปเหมือนกัน
  • ในส่วนของวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ทางศบต จะเป็นผู้กำหนดในการจัดส่งวัคซีนแต่ละจังหวัด และทางกระทรวงสาธารณสุขจึงจัดส่งวัคซีนไปตามนั้น
  • คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาการฉีดในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ โดยพิจารณาทั้งจากจำนวนประชากร, สถานการณ์การระบาด, กลุ่มเป้าหมาย, พื้นที่นโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว, กลุ่มผู้สูงอายุและ 7 โรคเรื้อรังที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อม ที่ต้องพิจารณาฉีดให้เป็นกลุ่มแรกๆ
  • การจัดส่งวัคซีน เป็นการจัดส่งแบบรายสัปดาห์ ให้ดหมาะสมและปรับให้ทันต่อสถานการณ์ และติดตามผลว่าตรงตามเป้าหมายหรือไม่ และรายงานยอดคงเหลือ หากได้ตามเป้ากมายจะทำการจัดส่งวัคซีนไปเพิ่ม
  • สำหรับการจัดสรรวัคซีนในกลุ่มประชากรของกรุงเทพมหานคร (กทม.) และผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม และกทม. เมื่อรับวัคซีนแล้วจะไปดำเนินการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนเอง

ที่มา: BRIGHTTV

AstraZeneca 1.7 ล้านโดสจากสยามไบโอไซเอนซ์มาไม่ทัน พ.ค.

การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทย โดยเฉพาะสายพันธุ์อินเดียในพื้นที่เขตหลักสี่ ทำให้ประชาชนฝากความหวังไว้ที่วัคซีนป้องกันโควิด-19 มากขึ้น โดยเฉพาะวัคซีน AstraZeneca ซึ่งมีประสิทธิผลในการป้องกันสายพันธุ์อินเดียได้ดี และโชคดีที่วัคซีนตัวนี้คือวัคซีนหลักที่ใช้ในประเทศไทย ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ มีแผนการส่งมอบทั้งหมดรวม 61 ล้านโดส แต่แล้วสัญญาณอันตรายก็เริ่มมาถึง เมื่อปรากฏว่าหลายโรงพยาบาลประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีน AstraZeneca

การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทย โดยเฉพาะสายพันธุ์อินเดียในพื้นที่เขตหลักสี่ ทำให้ประชาชนฝากความหวังไว้ที่วัคซีนป้องกันโควิด-19 มากขึ้น โดยเฉพาะวัคซีน AstraZeneca ซึ่งมีประสิทธิผลในการป้องกันสายพันธุ์อินเดียได้ดี และโชคดีที่วัคซีนตัวนี้คือวัคซีนหลักที่ใช้ในประเทศไทย ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ มีแผนการส่งมอบทั้งหมดรวม 61 ล้านโดส แต่แล้วสัญญาณอันตรายก็เริ่มมาถึง เมื่อปรากฏว่าหลายโรงพยาบาลประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีน AstraZeneca

โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ประกาศขอเลื่อนวันรับวัคซีน AstraZeneca เข็มที่ 2 ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2564 ออกไปก่อน (รับการฉีดเข็มที่ 1 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 5 เมษายน 2564) พร้อมระบุว่า “เมื่อได้รับวัคซีนมา ทางโรงพยาบาลจะแจ้งให้ทราบต่อไป”

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ประกาศว่าตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป ศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีเฉพาะวัคซีน Sinovac ให้บริการประชาชนเท่านั้น และเมื่อได้รับการจัดสรรวัคซีน AstraZeneca มาเพิ่มเติมแล้ว จะประกาศแจ้งให้ทุกท่านทราบอีกครั้ง

ขณะที่ สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เขียนในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ โดนกรมควบคุมโรคเทในวันเสาร์ที่ผ่านมา ทั้งที่รับปากว่าจะให้วัคซีนแก่บุคลากรของธรรมศาสตร์ – สวทช. และเอไอที อยู่ๆ ก็บอกว่าวันนี้ไม่มีแล้ว เพราะมีใครๆ มาขอวัคซีนเยอะแยะไปหมด จนไม่มีให้ตามที่ตกลงกันไว้”

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดคำถามขึ้นมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับการส่งมอบวัคซีน AstraZeneca ที่ผลิตในประเทศไทยโดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์หรือไม่ เพราะตามแผนการส่งมอบวัคซีน AstraZeneca ที่กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงต่อสาธารณชนก่อนหน้านี้ระบุว่า วัคซีน AstraZeneca ที่ผลิตในประเทศไทยจะมีประมาณ 61 ล้านโดส แบ่งการส่งมอบเป็น

  • เดือนพฤษภาคม 1.7 ล้านโดส
  • เดือนมิถุนายน 4.3 ล้านโดส
  • เดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน เดือนละ 10 ล้านโดส
  • และเดือนธันวาคม 5 ล้านโดส

สาธิต ปิตุเตชะ รัฐฒนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ว่าวัคซีน AstraZeneca จำนวน 1.7 ล้านโดสยังไม่ได้มีการส่งมอบในเดือนพฤษภาคมนี้ เพราะกำหนดการเดิมจะส่งมอบในเดือนมิถุนายน 6 ล้านโดส แต่เราไปขอเขาให้ส่งล่วงหน้า 1.7 ล้านโดส เพิ่มเติมจากล็อตก่อนหน้านี้ที่ส่งมาจากเกาหลีใต้ 1.17 แสนโดส ซึ่งเดิมทีเขาจะส่งให้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องค่าเบี่ยงเบนตามเอกสารนิดหน่อย ทำให้อาจต้องไปส่งมอบเดือนมิถุนายนทีเดียว ซึ่งมองในมุมบวกคือบริษัทเขาทำตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิตวัคซีน ตอนนี้ยังมั่นใจว่าการส่งมอบจะเป็นไปตามข้อกำหนดเดิมที่ทำไว้ แต่ส่วนที่มีปัญหาไม่สามารถส่งมอบได้ 1.7 ล้านโดสเป็นส่วนของ Earlier Delivery ซึ่งเขาอาจจะยังไม่ให้ความสำคัญมากนัก 

ส่วนกรณีที่หลายโรงพยาบาลเลื่อนการฉีดวัคซีน AstraZeneca ไป ก็อาจจะเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ได้ แต่ว่าการจัดส่งวัคซีนโควิด-19 กระทรวงสาธารณสุขจะส่งมอบตามยอดที่ขอมา ซึ่งต่อไปจะเป็นเรื่องที่แต่ละสถานให้บริการจะจัดการเอาเอง ตัวอย่างเช่น ในอนาคตจะส่งมอบให้กรุงเทพมหานคร  2.5 ล้านโดส ซึ่งกรุงเทพมหานครจะเป็นผู้จัดการการฉีดวัคซีนเอง

ที่มา: THE STANDARD

เปลี่ยนแผนฉีดวัคซีน จาก Walk in เป็นลงทะเบียน On-site นายกฯ ย้ำปรับตามสถานการณ์ ช่องทางนี้เป็นบริการเสริม

วันนี้ (20 พฤษภาคม) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องการเน้นย้ำให้ประชาชนเข้าใจเรื่องการฉีดวัคซีนที่รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยรัฐบาลมีแผนการกระจายวัคซีน 3 ช่องทางคือ

1. ระบบหมอพร้อม ซึ่งที่ผ่านมาเปิดให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคลงทะเบียน ขณะนี้มียอดลงทะเบียนแล้ว 7.4 ล้านคน โดยเป็นการลงทะเบียนในกรุงเทพมหานครแล้วกว่า 8 แสนคน และจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปอายุต่ำกว่า 60 ปี ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคมนี้ ซึ่งข้อดีคือประชาชนสามารถเลือกวันเวลาและสถานที่ได้เอง 

2. การลงทะเบียน ณ จุดบริการ หรือ On-site Registration ช่องทางนี้ปรับจากการเรียกว่า Walk in เนื่องจากหากใช้คำว่า Walk in แล้ว อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าทุกคนที่เดินทางไปจะได้ฉีดในวันนั้น จนอาจเกิดปัญหาตามมาได้ แต่การลงทะเบียน ณ จุดบริการจะมีระบบรองรับ และแจ้งประชาชนเมื่อเดินทางไปลงทะเบียนว่า มีวัคซีนสนับสนุนเพียงพอ ณ จุดบริการในวันนั้นหรือไม่ หากพร้อมฉีดแต่วัคซีนไม่พอในวันนั้นก็สามารถทำการลงทะเบียนเพื่อนัดฉีดในวันอื่นได้ โดยไม่ต้องเสียเวลามารอฉีดอีกในวันต่อไป แต่สามารถมาฉีดได้เลยตามที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว ขอย้ำว่าช่องทางนี้เป็นบริการเสริม 

สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ทาง กทม. ได้จัดให้มีการกระจายจุดบริการวัคซีนทั่วพื้นที่ในโรงพยาบาล สถานพยาบาล และหน่วยงาน จำนวน 231 แห่ง นอกจากนี้ยังได้เตรียมสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลอีก 25 แห่ง โดยเตรียมความพร้อมจัดเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางมาสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้ได้เปิดทดลองระบบแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ 1. เซ็นทรัล ลาดพร้าว 2. สามย่านมิตรทาวน์ 3. เดอะมอลล์ บางกะปิ และ 4. บิ๊กซี บางบอน 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่า ถ้าหากในแต่ละจุดที่บริการมีวัคซีนเพียงพอในแต่ละวัน และมีวัคซีนสำรองเนื่องจากมีคนที่นัดแล้วแต่ไม่ได้มาฉีดตามนัดอยู่บ้าง รัฐบาลก็มีแผนในการเปิดการฉีดวัคซีนแบบ Walk in ได้ แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดและความรุนแรงนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งมีการระบาดหลายคลัสเตอร์ในหลายพื้นที่ และเป็นสาเหตุให้นายกรัฐมนตรีมีความจำเป็นต้องตัดสินใจปรับแผนเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยส่วนบริการหลักยังเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม และการ Walk in จะเป็นบริการเสริมในช่วงนี้

3. การจัดสรรฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเฉพาะ หรือการกระจายวัคซีนเชิงยุทธศาสตร์ เน้นจัดสรรวัคซีนไปยังประชาชนกลุ่มเสี่ยง หรือกลุ่มที่มีความจำเป็นพิเศษ หรือมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต เช่น บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า อสม. ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พนักงานด้านการบิน ครู อาจารย์ ผู้ขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์สาธารณะ พนักงานรถไฟและรถไฟฟ้า พนักงานในโรงแรม คณะผู้แทนการทูตและองค์กรระหว่างประเทศ นักธุรกิจและนักเรียน นักศึกษาที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ บุคลากรในโรงงาน คนพิการ พนักงานภาคบริการอาหารและยา และกลุ่มอื่นๆ เพื่อให้การใช้ชีวิตและเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด โดยประชาชนกลุ่มนี้สามารถติดต่อนัดหมายผ่านสถานพยาบาล หรือ อสม. ได้โดยตรง หรือหากเป็นกลุ่มบุคคลหรือสมาคมที่มีเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วน ก็สามารถยื่นเรื่องต่อกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพิจารณาจัดสรรวัคซีนและจัดเตรียมสถานที่ฉีดต่อไป 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรียังมีนโยบายให้เตรียมการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมตั้งแต่ต้นเดือน มิถุนายนนี้ โดยกระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง และภาคเอกชนจะร่วมมือกัน สนับสนุนให้บุคลากรกลุ่มนี้ฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรม การผลิต และภาคบริการ ฟื้นตัวได้โดยเร็ว นอกจากนี้ รัฐบาลมีเป้าหมายระดมฉีดวัคซีนแบบปูพรมใน กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ ให้ได้อย่างน้อย 5 ล้านคน หรือ 70% ของประชากร เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ภายใน 2 เดือนนี้ (มิถุนายน-กรกฎาคม 2564) และฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั้งประเทศให้ครบ 50 ล้านคนภายในปี 2564

ที่มา: THE STANDARD

ตัวเลขจองวัคซีน “โควิด-19” ผ่าน “หมอพร้อม” ล่าสุดจองแล้ว 7.2 ล้านคน

“หมอพร้อม” เปิดตัวเลขยอดจองวัคซีนโควิด-19 “แอสตราเซเนกา” สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ล่าสุด 7,223,169 ราย

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 19 พ.ค. 2564 เฟซบุ๊ก “หมอพร้อม” เปิดเผยจำนวนตัวเลขการจองวัคซีน โควิด-19 แอสตราเซเนกา สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง จำนวนการจองคิวฉีดวัคซีนสะสมรวม 7,223,169 ราย แบ่งเป็น จำนวนการจองคิวฉีดวัคซีน กรุงเทพมหานคร 783,625 ราย จำนวนการจองคิวฉีดวัคซีน ต่างจังหวัด 6,439,544 ราย.

เตรียมเปิดสถานีกลางบางซื่อฉีดวัคซีน ตั้งแต่ 09.00-20.00 น. รองรับวันละหมื่นราย เริ่มวอล์กอิน 1 มิถุนายนนี้

วันนี้ (17 พฤษภาคม) ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขถึงการใช้พื้นที่ภายในสถานีกลางบางซื่อฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แบบวอล์กอินให้บุคลากรด่านหน้า และผู้ให้บริการในระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท (สังกัดกระทรวงคมนาคม) ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เบื้องต้นระหว่างวันที่ 24-31 พฤษภาคมนี้ ส่วนผู้ขับรถแท็กซี่ จักรยานยนต์รับจ้าง ผู้ขับขี่รถขนส่งสาธารณะทุกประเภท ในระบบกรมการขนส่งทางบกจะเป็นผู้ประสานให้มาฉีดในช่วงวันดังกล่าวเช่นกัน

โดยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป จะให้บริการกับประชาชนทั่วไปแบบวอล์กอินระหว่างเวลา 09.00-20.00 น. ให้บริการทุกวันจนถึงสิ้นปี 2564 มี สธ. เป็นผู้รับผิดชอบวัคซีนและบุคลากรทางการแพทย์ที่จะมาให้บริการ ส่วนกระทรวงคมนาคมจะรับผิดชอบสถานที่ คาดว่าจะสามารถรองรับประชาชนที่รับบริการกว่า 10,000 คนต่อวัน ซึ่งประชาชนสามารถเดินทางมาลงทะเบียนที่สถานีกลางบางซื่อ เพียงยื่นบัตรประชาชน รับบัตรคิว ทราบช่วงเวลาที่จะได้รับวัคซีนได้ทันทีทั้งนี้ในวันที่ 21 พฤษภาคม กระทรวงคมนาคมจะตรวจความเรียบร้อยก่อนเปิดให้บริการจริง นอกจากนี้ ขสมก. ยังได้จัดรถโดยสารปรับอากาศเพื่อวิ่งวนรับประชาชนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, สถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต, สถานีรถไฟฟ้า MRT จตุจักร, สถานีรถตู้ บขส. และจากท่าน้ำบางโพ มาที่สถานีกลางบางซื่อ พร้อมประสาน รฟม. ให้เปิดทางเดินเชื่อมจากสถานีรถไฟฟ้า MRT บางซื่อ มายังสถานีกลางบางซื่อ เพื่ออำนวยสะดวกให้ประชาชนเดินทางมารับบริการได้ง่ายขึ้น

ที่มา: THE STANDARD

“หมอพร้อม”เปิดกลุ่มประชาชนทั่วไปอายุ 18-59ปี จองคิวฉีดวัคซีน 31 พ.ค.นี้

เปิดตัวเลขจองคิวฉีดวัคซีนโควิด “ 2 กลุ่มเป้าหมายแรก” ผู้สูงอายุ 60 ปีและ 7 โรคเรื้อรัง ล่าสุดเวลา 08.00 น. วันที่ 16 พ.ค. จองสะสม สะสม 5,743,991ราย เป็นกรุงเทพมหานคร 688,723ราย และต่างจังหวัด 5,054,268 ราย ส่วนประชาชนทั่วไปอายุ 18-59 ปี เริ่มจองได้ 31 พ.ค. เพื่อรอให้รพ.ต่างๆ เปิดระบบให้เรียบร้อย

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2564 เฟซบุ๊ก “หมอพร้อม” เปิดเผย สรุปข้อมูลการจองคิวฉีดวัดซีนโควิด-19 สำหรับประชาชนใน 2 กลุ่มเป้าหมายแรก คือ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ผ่านแพลตฟอร์มหมอพร้อม ทั้งไลน์บัญชีทางการและแอพพลิเคชั่น ซึ่งระบุว่า การจองคิวฉีดวัคซีน ข้อมูลวันที่ 16 พ.ค. เวลา 08.00 น. มีการจองสะสม 5,743,991ราย เป็นกรุงเทพมหานคร 688,723ราย และต่างจังหวัด 5,054,268 ราย

นอกจากนี้ ยังระบุว่า กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีอายุ 18-59 ปีขึ้นไป จะสามารถจองคิวฉีดวัคซีนผ่านระบบหมอพร้อมได้ตั้งแต่ 31 พ.ค.2564 เป็นต้นไป

แหล่งข่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า  จากที่มีกำหนดภายในเดือนมิ.ย.จะมีวัคซีนแอสตราเซเนกาส่งมอบ 6 ล้านโดสแรก ในจำนวนนี้จะมีการจัดสรรไปเพื่อฉีดในกรณีฉุกเฉิน การฉีดสำหรับหน่วยบริการ รวมถึงการวอล์กอิน(Walk in)ราว 2 ล้านโดส จึงจัดสรรผ่านหมอพร้อมในเดือนมิ.ย. ราว 4 ล้านโดส ขณะนี้คิวจองฉีดในเดือนมิ.ย.จึงเต็มแล้ว แต่ประชาชนยังสามารถจองคิวได้ตลอดแต่วันที่จะได้ฉีดคือในเดือน ก.ค.  ส่วนที่ระบบหมอพร้อมยังเปิดให้กลุ่มประชาชนทั่วไป อายุ 18-59ปี จองยังไม่ได้ตอนนี้ แต่จะให้เริ่มได้ในวันที่ 31 พ.ค. เพราะต้องให้เวลารพ.ต่างๆเปิดระบบจองคิวในกลุ่มประชาชนทั่วไปก่อน 

กทม. เปิดขั้นตอนลงทะเบียน ฉีดวัคซีนโควิด-19

cr; @cottonbro/pexels.com

กรุงเทพฯ เผยเงื่อนไขและขั้นตอน สำหรับผู้ที่ต้องการลงทะเบียนขอรับการฉีดวัคซีนโควิด-19

วันที่ 16 มีนาคม 2564 ร้อยตำรวจเอก พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความทางเพจเฟซบุ๊ก ระบุเงื่อนไขของผู้ที่สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 พร้อมสรุปขั้นตอนการขอรับวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนในกรุงเทพมหานคร ข้อความดังนี้…

สรุปการฉีดวัคซีน COVID-19

กทม.พร้อมฉีดวัคซีนให้กับประชาชน แล้ว โดยระยะแรกจะฉีดให้กับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่เป็นโรคประจำตัว 7 โรค และรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 6 เขต ที่ติดกับสมุทรสาครก่อน ซึ่งถ้าติดเชื้อแล้วอาจจะมีอาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป

ผู้ที่จะได้รับวัคซีน จะต้องมีคุณสมบัติครบทั้ง 3 ข้อ

  1. มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค ได้แก่ 1) โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง 2) โรคหัวใจและหลอดเลือด 3) โรคไตเรื้อรัง ระยะที่ 5 4) โรคหลอดเลือดสมอง 5) โรคมะเร็งทุกชนิดที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด รังสีบำบัด และภูมิคุ้มกันบำบัด 6) โรคเบาหวาน และ 7) โรคอ้วน
  2. รักษาอยู่ในโรงพยาบาลพื้นที่เสี่ยงที่ติดกับจังหวัดสมุทรสาคร 6 เขต ได้แก่ เขตบางขุนเทียน เขตบางบอน เขตหนองแขม เขตจอมทอง เขตบางแค เขตภาษีเจริญ
  3. เป็นผู้มีอายุระหว่าง 18-59 ปี 10 เดือน (เกิดระหว่างวันที่ 15 พ.ค. 2504 – 15 มี.ค. 2546)

– ผู้มีอายุระหว่าง 50-59 ปี 10 เดือน (เกิดระหว่างวันที่ 15 พ.ค. 2504 – 15 มี.ค. 2514) ลงทะเบียนได้เลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

– ผู้มีอายุระหว่าง 18-49 ปี (เกิดระหว่างวันที่ 16 มี.ค 2514 – 15 มี.ค. 2546) เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.นี้ โดยกลุ่มนี้จะได้รับวัคซีนในลำดับถัดไป

ลงทะเบียนรับวัคซีนได้ 2 วิธี

  1. ลงทะเบียนผ่าน Line Official “หมอพร้อม”
  2. ลงทะเบียนได้ที่ รพ.สังกัด กทม. /ศูนย์บริการสาธารณสุข ทุกแห่งใกล้บ้าน สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการใช้สมาร์ทโฟน

สำหรับการฉีดวัคซีนในกลุ่มอื่น ๆ จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไปครับ

ขอความร่วมมือให้ทุกคนป้องกันตัวเอง ร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด จะทำให้เราควบคุมสถานการณ์ให้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมได้อีกครั้ง

สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง กันด้วยนะครับ

ที่มา: prbangkok

หมอพร้อม วัคซีนพร้อม คุณพร้อมหรือยัง

“หมอพร้อม” “มั่นใจ ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ” ระบบการให้บริการวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมให้บริการ

หมอพร้อมไม่ใช่ระบบจองวัคซีน
แต่เป็นระบบรองรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของแต่ละกลุ่ม ที่มีความเสี่ยงแตกต่างกันไป
ใช้เป็นช่องทางสื่อสาร
เป็นระบบรายงานติดตามอาการที่ไม่พึงประสงค์
เป็นระบบนัดหมายในการรับวัคซีนเข็มที่ 2

หมอพร้อม Line Official Account

  • หมอพร้อม ไม่ใช่ application ไม่ใช่การต้องโหลดมาติดตั้งแบบแอปอื่นๆ 
  • หมอพร้อม เป็น Line Official Account ที่อยู่ใน Line ที่เราใช้กันทุกวันนี่เอง 
  • วิธีการเข้าถึงคือ พิมพ์ “หมอพร้อม” หรือ ผ่าน QR Code หรือ ลิงค์ line://ti/p/@475ptmfj
  • ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android

วัตถุประสงค์ของหมอพร้อม กับการฉีดวัคซีนโควิด-19

  • หมอพร้อมไม่ใช่ระบบจองวัคซีน อย่าเข้าใจผิด ไม่ใช่การลงชื่อเพื่อหวังจะได้จองคิวฉีดวัคซีนนะจ๊ะ
  • หมอพร้อม ใช้เป็นระบบรองรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของแต่ละกลุ่ม ที่มีความเสี่ยงแตกต่างกันไป
  • หมอพร้อม จะถูกใช้เป็นช่องทางสื่อสาร ระหว่างหน่วยงานที่จัดการเรื่องการฉีดวัคซีน การติดตามผลการฉีด กับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว
  • ใช้เป็นระบบรายงานติดตามอาการที่ไม่พึงประสงค์ ที่อาจจะเกิดกับผู้ที่รับวัคซีนไปแล้ว
  • ใช้เป็นระบบนัดหมายในการรับวัคซีนเข็มที่ 2 

วิธีใช้งาน

  1. หลังจากหาแอพเจอและกดเพิ่มเพื่อนไปแล้ว ก็มีขั้นตอนคือ 1) ต้องลงทะเบียน 2) ตรวจสอบข้อมูล และยืนยัน  นอกจากตัวเองแล้ว ยังสามารถลงทะเบียนแทนคนในครอบครัวได้ โดย ไปที่หน้าต่างยืนยันข้อมูลอีกครั้ง กด “เพิ่มบุคคลอื่น” และ “ระบุความสัมพันธ์” แล้ว “ลงทะเบียนและยืนยัน” รอยืนยันจากระบบ หากลงทะเบียนสำเร็จ
  2. ตรวจสอบและยืนยันสิทธิการรับวัคซีนโควิด-19 
    ไปที่หน้าหลัก กดเมนู “วัคซีน” ตรวจสอบข้อมูล แล้วกดปุ่มรับสิทธิ์ สามารถค้นหาหน่วยงานที่ให้บริการวัคซีนได้
  3. ประเมินอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 (ประชาชน)
    3.1 หลังฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 แล้ว จะได้รับข้อความยืนยัน 3.2 ทำแบบประเมิน หลังจากได้รับวัคซีน ในวันที่ 1 (วันแรก) 3.3 จะได้รับการแจ้งเตือนให้ทำแบบประเมินครั้งที่ 2 ในอีก 7 วัน หลังจากฉีดวัคซีน3.4 จะได้รับการแจ้งเตือนให้ทำแบบประเมินครั้งที่ 3 ในวันที่ 30 วัน หลังจากฉีดวัคซีน3.5 จากนั้นจะได้รับการแจ้งเตือนฉีดวัคซีนเข็มที่ 2
  4. ประเมินอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 (ประชาชน)
    4.1 หลังฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว จะได้รับข้อความยืนยัน 4.2 ทำแบบประเมิน หลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ในวันที่ 1 (วันแรก) 4.3 จะได้รับการแจ้งเตือนให้ทำแบบประเมิน อีก 3 ครั้ง คือในวันที่ 7 30 และ 604.4 หลังจากนั้นจะได้รับการยืนยันว่าได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 เข็ม ถือเป็นอันได้รับวัคซีนโดยครบถ้วนสมบูรณ์