ลงทะเบียนจองวัคซีน 76 จังหวัด เริ่ม 14 มิ.ย เป็นต้นไป ผ่าน “หมอพร้อม”

สรุปข้อมูลการเปิด ลงทะเบียนจองวัคซีน กลุ่มประชาชนทั่วไป ใน 76 จังหวัดยกเว้นพื้นที่ กทม. ผ่านไลน์ หมอพร้อม พร้อมกันทั่วประเทศ 14 มิ.ย. นี้

หลังจากกการประชุม และ ชี้แจ้งการดำเนินงานจัดบริการวัคซีนโควิด 19 เตรียมความพร้อมสำหรับการฉีดให้ประชาชนในเดือนมิถุนายน 2564 นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เผยว่า ทุกจังหวัดได้มีการซักซ้อมระบบและฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจะเริ่มฉีดพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 7 มิถุนายน นี้ โดยทางกระทรวงสาธารณสุขจะกระจายวัคซีนไปยัง 76 จังหวัด ตามแผนการจัดสรรวัคซีนแล้ว 

อีกทั้งทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาการฉีดในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ให้ทุกจังหวัดบันทุกข้อมูล การให้บริการ และจำนวนคงตลังยาในระบบ MOPH Immunization Center (MOHP IC) ให้ครบ และเตรียมพร้อมออกเอกสารรับรองผู้ที่รับวัคซีนครบทั้งสองโดส สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ มอบอำนาจให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลระดับจังหวัด ในการออกเอกสารรับรอง

  • สธ. ย้ำทุกจังหวัดเน้นฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มครู อาจาร์ย นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อรองรับการเปิดภาคการศึกษา
  • สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้น และ กลุ่ม 7 โรคเสี่ยงลงทะเบียนไปแล้ว ไม่ต้องลงทะเบียนแล้ว และจะได้รับวัคซีน ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย นี้
  • กลุ่มประชาชนทั้วไป อายุ 18-59 ปี ในพื้นที่ 76 จังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร เปิดให้ลงทะเบียนเริ่มลงทะเบียนวันที่ 14 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ผ่าน ไลน์ และแอปพลิเคชัน หมอพร้อม / แอปพลิเคชันของจังหวัด ผ่านอสม. / รพ.สต. หรือติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้าน
  • เมื่อฉีดเข็ทแรกแล้ว ข้อมูลจะถูกจัดเก็บที่ฐานข้อมูล MOHP IC พร้อมทั้งติดตามอาหารหลังฉีด และ นัดหมายในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 รวมทั้งออกเอกสารรับรองหาดไปรับวัคซีนครบทั้ง 2 เข็มแล้ว

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า

  • ศบค.มีเป้าหมายฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรก จำนวน 50 ล้านโดสให้เสร็จภายในเดือนกันยายน 2564 เริ่มฉีดอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 มิ.ย 2564 เป็นต้นไป ยืนยันทุกจังหวัดมีวัคซีนแน่นอน
  • วัคซีนที่รัฐบาลจัดหาคือ วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าและวัคซีนซิโนแวค สามารถฉีดได้ในกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไปเหมือนกัน
  • ในส่วนของวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ทางศบต จะเป็นผู้กำหนดในการจัดส่งวัคซีนแต่ละจังหวัด และทางกระทรวงสาธารณสุขจึงจัดส่งวัคซีนไปตามนั้น
  • คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาการฉีดในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ โดยพิจารณาทั้งจากจำนวนประชากร, สถานการณ์การระบาด, กลุ่มเป้าหมาย, พื้นที่นโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว, กลุ่มผู้สูงอายุและ 7 โรคเรื้อรังที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อม ที่ต้องพิจารณาฉีดให้เป็นกลุ่มแรกๆ
  • การจัดส่งวัคซีน เป็นการจัดส่งแบบรายสัปดาห์ ให้ดหมาะสมและปรับให้ทันต่อสถานการณ์ และติดตามผลว่าตรงตามเป้าหมายหรือไม่ และรายงานยอดคงเหลือ หากได้ตามเป้ากมายจะทำการจัดส่งวัคซีนไปเพิ่ม
  • สำหรับการจัดสรรวัคซีนในกลุ่มประชากรของกรุงเทพมหานคร (กทม.) และผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม และกทม. เมื่อรับวัคซีนแล้วจะไปดำเนินการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนเอง

ที่มา: BRIGHTTV

เปลี่ยนแผนฉีดวัคซีน จาก Walk in เป็นลงทะเบียน On-site นายกฯ ย้ำปรับตามสถานการณ์ ช่องทางนี้เป็นบริการเสริม

วันนี้ (20 พฤษภาคม) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องการเน้นย้ำให้ประชาชนเข้าใจเรื่องการฉีดวัคซีนที่รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยรัฐบาลมีแผนการกระจายวัคซีน 3 ช่องทางคือ

1. ระบบหมอพร้อม ซึ่งที่ผ่านมาเปิดให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคลงทะเบียน ขณะนี้มียอดลงทะเบียนแล้ว 7.4 ล้านคน โดยเป็นการลงทะเบียนในกรุงเทพมหานครแล้วกว่า 8 แสนคน และจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปอายุต่ำกว่า 60 ปี ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคมนี้ ซึ่งข้อดีคือประชาชนสามารถเลือกวันเวลาและสถานที่ได้เอง 

2. การลงทะเบียน ณ จุดบริการ หรือ On-site Registration ช่องทางนี้ปรับจากการเรียกว่า Walk in เนื่องจากหากใช้คำว่า Walk in แล้ว อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าทุกคนที่เดินทางไปจะได้ฉีดในวันนั้น จนอาจเกิดปัญหาตามมาได้ แต่การลงทะเบียน ณ จุดบริการจะมีระบบรองรับ และแจ้งประชาชนเมื่อเดินทางไปลงทะเบียนว่า มีวัคซีนสนับสนุนเพียงพอ ณ จุดบริการในวันนั้นหรือไม่ หากพร้อมฉีดแต่วัคซีนไม่พอในวันนั้นก็สามารถทำการลงทะเบียนเพื่อนัดฉีดในวันอื่นได้ โดยไม่ต้องเสียเวลามารอฉีดอีกในวันต่อไป แต่สามารถมาฉีดได้เลยตามที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว ขอย้ำว่าช่องทางนี้เป็นบริการเสริม 

สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ทาง กทม. ได้จัดให้มีการกระจายจุดบริการวัคซีนทั่วพื้นที่ในโรงพยาบาล สถานพยาบาล และหน่วยงาน จำนวน 231 แห่ง นอกจากนี้ยังได้เตรียมสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลอีก 25 แห่ง โดยเตรียมความพร้อมจัดเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางมาสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้ได้เปิดทดลองระบบแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ 1. เซ็นทรัล ลาดพร้าว 2. สามย่านมิตรทาวน์ 3. เดอะมอลล์ บางกะปิ และ 4. บิ๊กซี บางบอน 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่า ถ้าหากในแต่ละจุดที่บริการมีวัคซีนเพียงพอในแต่ละวัน และมีวัคซีนสำรองเนื่องจากมีคนที่นัดแล้วแต่ไม่ได้มาฉีดตามนัดอยู่บ้าง รัฐบาลก็มีแผนในการเปิดการฉีดวัคซีนแบบ Walk in ได้ แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดและความรุนแรงนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งมีการระบาดหลายคลัสเตอร์ในหลายพื้นที่ และเป็นสาเหตุให้นายกรัฐมนตรีมีความจำเป็นต้องตัดสินใจปรับแผนเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยส่วนบริการหลักยังเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม และการ Walk in จะเป็นบริการเสริมในช่วงนี้

3. การจัดสรรฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเฉพาะ หรือการกระจายวัคซีนเชิงยุทธศาสตร์ เน้นจัดสรรวัคซีนไปยังประชาชนกลุ่มเสี่ยง หรือกลุ่มที่มีความจำเป็นพิเศษ หรือมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต เช่น บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า อสม. ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พนักงานด้านการบิน ครู อาจารย์ ผู้ขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์สาธารณะ พนักงานรถไฟและรถไฟฟ้า พนักงานในโรงแรม คณะผู้แทนการทูตและองค์กรระหว่างประเทศ นักธุรกิจและนักเรียน นักศึกษาที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ บุคลากรในโรงงาน คนพิการ พนักงานภาคบริการอาหารและยา และกลุ่มอื่นๆ เพื่อให้การใช้ชีวิตและเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด โดยประชาชนกลุ่มนี้สามารถติดต่อนัดหมายผ่านสถานพยาบาล หรือ อสม. ได้โดยตรง หรือหากเป็นกลุ่มบุคคลหรือสมาคมที่มีเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วน ก็สามารถยื่นเรื่องต่อกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพิจารณาจัดสรรวัคซีนและจัดเตรียมสถานที่ฉีดต่อไป 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรียังมีนโยบายให้เตรียมการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมตั้งแต่ต้นเดือน มิถุนายนนี้ โดยกระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง และภาคเอกชนจะร่วมมือกัน สนับสนุนให้บุคลากรกลุ่มนี้ฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรม การผลิต และภาคบริการ ฟื้นตัวได้โดยเร็ว นอกจากนี้ รัฐบาลมีเป้าหมายระดมฉีดวัคซีนแบบปูพรมใน กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ ให้ได้อย่างน้อย 5 ล้านคน หรือ 70% ของประชากร เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ภายใน 2 เดือนนี้ (มิถุนายน-กรกฎาคม 2564) และฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั้งประเทศให้ครบ 50 ล้านคนภายในปี 2564

ที่มา: THE STANDARD

ขั้นตอน ‘ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด’ ต้องทำอย่างไรบ้าง?

เปิดขั้นตอน “ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด” ต้องทำอย่างไรบ้าง? พร้อมเปิดไทม์ไลน์การลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด กลุ่มไหนได้ลงทะเบียนจองคิวเมื่อไร และได้ฉีดเมื่อไร?

“วัคซีนโควิด” หนึ่งในความหวังของการลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 กระทรวงสาธารณสุข ได้อัพเดทแพลตฟอร์ม “หมอพร้อม” เวอร์ชั่น 2 เพื่อรองรับการ “ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด” ของประชาชนทั่วไป ซึ่งครอบคลุมทั้งช่องทางไลน์ออฟฟิเชียล (LINE Official Account) และแอพพลิเคชั่นหมอพร้อม รวมถึงยังสามารถไปติดต่อได้ที่โรงพยาบาลที่มีประวัติการรักษา และ 3.อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่

โดยเบื้องต้นมีการแบ่งกลุ่มช่วงเวลาของการลงทะเบียนฉีดวัคซีนไว้หลักๆ คือ รอบแรก เปิดให้ 2 กลุ่มที่สามารถเข้ามาลงทะเบียน ได้แก่ 1.ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 2.ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง และโรคเบาหวาน ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง เพื่อลดอาการป่วยรุนแรง และลดอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19

ซึ่งใน 2 กลุ่มแรกนี้จะเริ่มเข้ารับบริการฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ในการรับวัคซีนรอบแรกนี้ (มิ.ย. – ก.ค. 64) จะเป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) 16 ล้านโดส ซึ่งจะครอบคลุมการฉีดวัคซีนเข็มแรกของกลุ่มประชากรเป้าหมายในรอบนี้ที่มีอยู่ประมาณ 16 ล้านคน

ขณะที่ประชาชนทั่วไป อายุ 18-59 ปี สามารถเริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 และจะได้เริ่มเข้ารับวัคซีนตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป 

หากผู้ที่ต้องการเข้ามาลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิดในไลน์ออฟฟิเชียลของหมอพร้อม จำเป็นต้องเข้าไปที่แอพพลิเคชั่นไลน์ กดเพิ่มเพื่อน LINE OA หมอพร้อม เพื่อลงทะเบียนเข้าใช้งานหมอพร้อมก่อน ด้วยการกรอกข้อมูลเบื้องต้นก่อน แต่ถ้าผู้ใดที่ลงทะเบียนข้อมูลเบื้องต้นไว้แล้ว ก็สามารถไปสู่ขั้นตอนการลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีนโควิด-19 ดังนี้

1.กดเมนูจองฉีดวัคซีนโควิด-19

2.กดจอง

3.กดรับสิทธิ

4.ทำแบบคัดกรอง และกดบันทึก

5.หน้าจอแสดงการบันทึกข้อมูลคัดกรองเรียบร้อยและกดยินยอม 

6.เลือกโรงพยาบาล วัน และเวลา เพื่อจองฉีดวัคซีนโควิด ซึ่งหากดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ระบบจะแสดงข้อความว่า “จองฉีดวัคซีนสำเร็จแล้ว” 

7.ข้อความยืนยันนัดหมายการรับวัคซีนโควิด-19

ทั้งนี้เมื่อจองผู้ที่ดำเนินการไปแล้ว สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลการจอง ทั้งโรงพยาบาล วันและเวลาได้ 

นอกจากนี้หากผู้ที่จองฉีดวัคซีนสำเร็จแล้ว ก่อนถึงวันนัดหมายฉีดวัคซีน 1 วัน ระบบจะแจ้งเตือนเพื่อให้เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 และเมื่อฉีดเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้รับข้อความยืนยันการฉีดวัคซีน และใบแจ้งอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันมีแบบประเมินอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ด้วย 

เช่นเดียวกัน ก่อนถึงวันนัดหมายฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ก่อนหน้า 1 วัน ระบบจะแจ้งเตือนเพื่อให้เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 และเมื่อฉีดเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้รับข้อความยืนยันการฉีดวัคซีน และใบแจ้งอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันมีแบบประเมินอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ด้วย

ทั้งนี้เมื่อฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว จะได้ใบรับรองการฉีดวัคซีน สามารถสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อตรวจสอบความถูกต้องผ่านเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข 

ไขข้อข้องใจประเด็นอื่นๆ

1.หากเป็นกลุ่มเป้าหมายในระยะแรก แต่ไม่สามารถลงทะเบียนหมอพร้อมได้ จะทำอย่างไร?

ตอบ : ติดต่อโรงพยาบาลที่มีประวัติการรักษา เพื่อยืนยันและเพิ่มชื่อเข้าระบบ จากนั้นลงทะเบียนจองคิววัคซีนผ่านโรงพยาบาลหรือผ่านหมอพร้อม 

2.ผู้สูงอายุที่มีบัตรประชาชน ไม่มี Laser ID ต้องทำอย่างไร?

ตอบ : ติดต่อโรงพยาบาลที่มีประวัติการรักษา หรือ อสม.ที่ดูแล

3.ข้อมูลส่วนตัวที่แสดงไม่ตรงกับข้อมูลในปัจจุบัน จะทำอย่างไร?

ตอบ : เลือกที่เมนูแก้ไขข้อมูลส่วนตัว และกรอกข้อมูลส่วนตัวตามความเป็นจริงในปัจจุบันให้ถูกต้อง และกดบันทึก

4.ลงทะเบียนเลขบัตรประชาชนผิด เลขบัตรไม่ตรงกับชื่อ-นามสกุลที่แท้จริงจะทำอย่างไร?

ตอบ : ติดต่อศูนย์ประสานงานข้อมูลหมอพร้อม โทร 02-792-2333 เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูล

5.เลือกโรงพยาบาลแล้ว แต่เลือกวันจองคิวฉีดวัคซีนไม่ได้ จะทำอย่างไร?

ตอบ : เนื่องจากการกำหนดวันจองคิว เป็นไปตามการบริหารจัดการของแต่ละโรงพยาบาล หากโรงพยาบาลที่ต้องการยังไม่เปิดให้จองคิว ต้องติดต่อโรงพยาบาลโดยตรง หรือเลือกโรงพยาบาลอื่น

อย่างไรก็ตามหากมีข้อสงสัยเรื่องการใช้หมอพร้อม สามารถสอบถามได้ที่ 02-590-1493, 02-590-1495, 02-590-1497 และ 02-590-1206 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ