โอนวันนี้ “ประกันรายได้ข้าว” ธ.ก.ส. นัดแจ้งโอนทั่วประเทศ

สำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดสุพรรณบุรี แจ้งข่าวดี สำหรับเกษตรกร หรือ ชาวนา ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวไม่เกิน วันที่ 25 ต.ค.นี้ ธนาคารพร้อมโอนเงินเช้าบัญชี รอบที่ 1 ครั้งที่ 3 วันที่ 17 พ.ย.นี้ ทั่วประเทศ รีบตรวจสอบสิทธิ์ เพื่อรับเงินประกันรายได้ข้าว รู้ผลทันทีในคลิกเดียว

อัพเดท “เงินประกันรายได้ข้าว” ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลช่วยเหลือชาวนา ในช่วงที่ราคาข้าวตกต่ำ หลัง กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เคาะราคาประกันข้าว มาจนถึง งวดที่ 5 แล้ว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ได้โอนเงินเยียวยาให้กับเกษตรกรตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดมีความคืบหน้าตามลำดับ

สำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดสุพรรณบุรี โพสต์ การโอน “เงินประกันรายได้ข้าว”  สำหรับเกษตรกรที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว ไม่เกิน 25 ตุลาคม 2564  โดย ธนาคาร ธ.ก.ส. จะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก รอบที่ 1 ครั้งที่ 3 ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 นี้ เป็นการโอนทั่วประเทศ ใครที่เป็นชาวนา แล้วเกี่ยวในช่วงนั้น ขึ้นทะเบียนเกษตรกร มีชื่อ ธ.ก.ส.พร้อมโอนตามรายชื่อทันที

เกษตรกรผู้ปลูกข้าว สามารถตรวจสอบสถานะขั้นตอน-ช่องทางตรวจสอบเงิน ดังนี้

1. เข้าสู่เว็บไซต์ chongkho.inbaac.com ผ่านเบราว์เซอร์อินเตอร์เน็ตต่างๆ เว็บไซต์สำหรับการเช็คเงินเกษตรกร สามารถเข้าใช้งานได้ผ่านทุกบราวน์เซอร์บนทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์

2. กรอกเลขประจำตัวประชาชนเพื่อใช้ในการเช็คเงินเกษตรกร การเช็คเงินเกษตรกร 2564 เข้าหรือยัง สามารถทราบผลได้ทันทีหลังจากกรอกเลขบัตรประชาชนโดยจะมีรายละเอียดของบัญชี จำนวนเงิน และโครงการของเงินช่วยเหลือที่ได้รับ

3. ตรวจสอบข้อมูลในแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile หลังจากตรวจสอบในเว็บไซต์แล้วเรียบร้อย หากมีข้อมูลขึ้นว่าได้รับเงินโอน สามารเข้าไปตรวจสอบยอดเงินได้ด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชั่น ธ.ก.ส. A-Mobile จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวครอบคลุมกว่า 4.68 ล้านคน โดยประกันรายได้ให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 (รอบที่ 1) กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปลูกข้าวระหว่างวันที่ 1 เม.ย. – 31 ต.ค. 2564 ยกเว้นภาคใต้ ระหว่างวันที่ 16 มิ.ย. 2564 – 28 ก.พ. 2565

ธ.ก.ส.เริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 โดยกำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้ คือ ราคาความชื้น ไม่เกิน 15% ไม่เกินครัวเรือนละ 40 ไร่ ยกเว้นข้าวเจ้า ไม่เกิน 50 ไร่ โดยชดเชยเป็นจำนวนตันในแต่ละชนิดข้าว ดังนี้

•ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคา 15,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน

•ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคา 14,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน

•ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคา 11,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน

•ข้าวเปลือกเหนียว ราคา 12,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละ ไม่เกิน 16 ตัน

•ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 10,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละ ไม่เกิน 30 ตัน

อย่างไรก็ตามสำหรับการ ปัจจุบันการจ่ายเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกร ยังไม่เป็นไปตามหลักการที่กำหนดไว้ว่าเมื่อมีการคำนวณส่วนต่างในแต่ละงวดแล้ว ธ.ก.ส. จะจ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรภายใน 3 วันทำการ เนื่องจากวงเงินที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไว้ ได้ใช้จ่ายส่วนต่างสำหรับงวดที่ 1 เกือบหมด และงวดที่ 2 ได้บางส่วน ทำให้การจ่ายเงินส่วนต่างงวดที่ 3 , 4 และ 5 อาจจะต้องล่าช้าออกไป โดยขึ้นอยู่กับว่ากระทรวงการคลังจะหาเงินมาได้เร็วมากน้อยแค่ไหน แต่เกษตรกรจะได้รับเงินส่วนต่างแน่นอน

ทั้งนี้การคำนวณ ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ ดังนี้

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ 359 กก./ไร่
  • ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 432 กก./ไร่
  • ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 682 กก./ไร่
  • ข้าวเปลือกเจ้า 602 กก./ไร่
  • ข้าวเปลือกเหนียว 387 กก./ไร่

โดยใช้พื้นที่ทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าวแต่ละชนิด คูณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เป็นปริมาณผลผลิตที่ต้องชดเชย แต่ต้องไม่เกินปริมาณผลผลิตที่กำหนด

 หากเกษตรกรเพาะปลูกข้าวมากกว่า 1 ชนิด ใช้สิทธิได้ไม่เกินจำนวนขั้นสูงของข้าวแต่ละชนิด และเมื่อรวมกันต้องไม่เกินขั้นสูงของชนิดข้าวที่กำหนดสูงสุด

อย่างไรก็ดี โดย ธ.ก.ส. เปิดให้ตรวจสอบเงินรายได้เกษตรกร

เช็ค​สถานะโอนเงิน​ได้ที่ลิ้งค์​ ตลอด 24 ชั่วโมง เงินเข้าเมื่อไร รับทราบทันที

https://chongkho.inbaac.com/

แชร์มากจาก: ฐานเศรษฐกิจ

เช็คไทม์ไลน์โอนเงิน “ประกันรายได้ข้าวปี 64/65” พร้อมวิธีการตรวจสอบสิทธิ

โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 เริ่มโอนเงินงวดแรกให้กับเกษตรกรแล้ว ชาวนาที่มีสิทธิได้รับเงินชดเชยในโครงการฯ สามารถ “เช็คสิทธิ” ได้ทันที

หลังจากที่ ครม. อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 โดยเงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และต้องแจ้งวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว เพื่อใช้เป็นข้อมูลช่วงเวลาที่เกษตรกรจะได้รับสิทธิชดเชย 

โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจัดส่งข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำแนกตามช่วงเวลาที่เก็บเกี่ยวและคำนวณปริมาณผลผลิต

โดยใช้พื้นที่ทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าวแต่ละชนิด คูณด้วยผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ ได้ออกมาเป็น “ปริมาณผลผลิต” ที่ต้องชดเชย โดยจะชดเชยตามวงเงินที่กำหนด

  • ไทม์ไลน์การโอนเงิน

– งวดที่ 1 : ธ.ก.ส. จ่ายเงินวันที่ 9 พ.ย. 2564

– งวดที่ 2 : ธ.ก.ส. จ่ายเงินวันที่ 10 พ.ย. 2564

  • ราคาเกณฑ์กลาง และการชดเชยส่วนต่างราคา ปี 2564/65 รอบที่ 1 

1. ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่  4 พฤศจิกายน 2564 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่าง “ประกันราคาข้าว” ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 1 ) ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2564 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง ๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15% ดังนี้

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 10,864.23 บาท
  • ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,407.75 บาท
  • ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 9,947.87 บาท
  • ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 8,065.38 บาท
  • ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 7,662.53 บาท

2. การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้ กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง มีอัตราส่วนต่างที่ ธกส. ใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว สำหรับการจ่ายเงิน งวดที่ 1 ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 ดังนี้

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 4,135.77 บาท
  • ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 3,595.25  บาท
  • ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 1,052.13 บาท
  • ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 1,934.62 บาท
  • ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 4,337.47 บาท
  • วิธีการตรวจสอบสิทธิโครงการประกันรายได้ชาวนา ปีการผลิต 2564/65

1. กดเข้าเว็บไซต์ chongkho.inbaac.com

2. กรอกเลขประจำตัวประชาชน พร้อมกดค้นหา

3. หากใครลงทะเบียนและได้รับเงินแล้ว หน้าจอจะแสดงผลว่า “โอนเงินเรียบร้อยแล้ว” หากไม่ขึ้นข้อมูล ต้องติดต่อธนาคารเพื่อสอบถาม ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือโทร. 02-555-0555

แชร์มาจาก: กรุงเทพธุรกิจ

เช็คเงื่อนไข ประกันรายได้ข้าว 5 ชนิด รับเงิน 9 พ.ย.นี้

ประกันรายได้ข้าว โอนงวดแรก 9 พ.ย. 64 หอมมะลิรับ 1.5 หมื่นบาท ข้าวเหนียว 1.2 หมื่นบาท หอมปทุม 1.1 หมื่นบาท เช็คเงื่อนไขรายละเอียดครบที่นี่

จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ได้อนุมัติโครงการประกันรายได้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร 3 โครงการ วงเงินรวม 27,390.09 ล้านบาท โดยหนึ่งในโครงการสำคัญ นั่นก็คือ โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 และมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 วงเงินรวมทั้งสิ้น 18,378.90 ล้านบาท

สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 วงเงิน 13,604 ล้านบาท ดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวครอบคลุมกว่า 4.68 ล้านคน ประกันรายได้ให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 (รอบที่ 1) กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ปลูกข้าวระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 31 ตุลาคม 2564 ยกเว้นภาคใต้ ระหว่างวันที่ 16  มิถุนายน 2564 – 28 กุมภาพันธ์ 2565

เงื่อนไขจ่ายเงินประกันรายได้ข้าว

โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 กำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้ คือ ราคาความชื้นไม่เกิน 15% ไม่เกินครัวเรือนละ 40 ไร่ ยกเว้นข้าวเจ้า ไม่เกิน 50 ไร่ โดยชดเชยเป็นจำนวนตันในแต่ละชนิดข้าว ดังนี้

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคา 15,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน จ่ายชดเชย 4,135.77 บาทต่อตัน  
  • ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคา 14,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน จ่ายชดเชย 3,592.25 บาทต่อตัน 
  • ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคา 11,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน จ่ายชดเชย 1,052.13 บาทต่อตัน 
  • ข้าวเปลือกเหนียว ราคา 12,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน จ่ายชดเชย 4,337.47 บาทต่อตัน 
  • ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 10,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน จ่ายชดเชย 1,934.62 บาทต่อตัน 

เช็คเงื่อนไข ประกันรายได้ข้าว 5 ชนิด รับเงิน 9 พ.ย.นี้เช็คเงื่อนไข ประกันรายได้ข้าว 5 ชนิด รับเงิน 9 พ.ย.นี้

ทั้งนี้ เนื่องจากในแต่ละพื้นที่จะแจ้งการเก็บเกี่ยวในช่วงวัน เดือน แตกต่างกันออกไป ขอให้เกษตรกรชาวนาติดตามการแจ้งประกาศวันโอนเงินอีกครั้ง โดยทางสาขา ธกส. ในพื้นที่ที่ทำการเพาะปลูกอีกครั้ง โดยระยะเวลาการจ่ายประกันรายได้ข้าวเปลือก 5 ชนิด คือ เดือนพฤษศจิกายน 2564 – พฤษภาคม 2565

สำหรับการโอนเงินฯ งวดที่ 1 จะโอนให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5 ชนิด ที่แจ้งเก็บเกี่ยวผลผลิตเดือนสิงหาคม-ต้นเดือนพฤศจิกายน 2564 นี้โดยเกษตกรชาวนาสามารถตรวจสอบเช็กเงินช่วยเหลือชาวนาได้โดยเข้าไปที่ เว็บไซต์ https://chongkho.inbaac.com/

นอกจากนี้เกษตรกร หรือ ชาวนา ที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวในปี 64/65 ยังสามารถเช็คเงินเกษตรกร เงินช่วยเหลือชาวนาที่ ธ.ก.ส. โอนเข้าบัญชีผ่านแอพพลิเคชัน A-Mobile ของธนาคาร ธ.ก.ส.ได้ด้วย

ขณะที่เกษตรกรที่สมัครใช้บริการ BAAC Connect จะได้รับข้อความแจ้งเตือนผ่าน LINE Official BAAC Family เมื่อเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว หรือสามารถ เช็คเงินเกษตรกร ตรวจสอบเช็คเงินช่วยเหลือชาวนา ผ่านเว็บไซต์โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ เข้าเว็บไซต์ https://chongkho.inbaac.com/ โดยกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมกดค้นหา สำหรับผู้ที่ได้รับเงินระบบจะขึ้นข้อมูลว่า “โอนเงินเรียบร้อยแล้ว” โดยจะแสดงชื่อโครงการ, เลขที่บัญชี, วันที่โอน, สาขา ธ.ก.ส. และสถานะของเกษตรกรไว้ให้ 

เช็คเงื่อนไข ประกันรายได้ข้าว 5 ชนิด รับเงิน 9 พ.ย.นี้

แชร์มาจาก: ฐานเศรษฐกิจ