เปิดลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน รอบใหม่ต้นปี65

รมว.คลัง ส่งสัญญาณลดการแจกเงินเยียวยา เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ในปีหน้า ยันมีเงินจ่ายประกันข้าว แค่รอหน่อย ด้านผู้ว่า ธปท.เผย หากไม่กู้เงินมาอัดฉีด เศรษฐกิจไทยคงจะติดลบถึง 9 %

กรณีที่รัฐบาลยังไม่สามารถจัดหางบประมาณเพื่อนำเงินมาจ่ายชดเชยส่วนต่างโครงการประกันรายได้ข้าวเปลือกให้กับชาวนาได้ ทำให้ชาวนาบางส่วนถูกค้างเงินมาแล้วถึง 4 งวด ล่าสุด นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ได้ยืนยันว่า รัฐบาลมีเงินมาจ่ายให้ชาวนาอย่างแน่นอน แต่ขอให้รอหน่อย อยู่ในขั้นตอนกระบวนการ

นอกจากนี้ ในปีหน้า 2565 จะลดการใช้มาตรการอัดฉีดเงินโดยตรง เนื่องจากเป็นมาตรการที่ช่วยเหลือระยะสั้น ช่วงเร่งด่วนที่คนตกงาน  แต่เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นจึงต้องใช้นโยบายสร้างรายได้ให้ประชาชน

รวมถึงการแบ่งเบาภาระมากขึ้น เช่น การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ในต้นปีหน้า ที่จะช่วยทั้งผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีรายได้น้อย

เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น แน่นอนที่สุดในเรื่องของการสร้างเศรษฐกิจนั้นสำคัญ การที่จะทำให้ทุกคนนั้นมีงานทำ มีรายได้ของตัวเอง ในเรื่องของการเยียวยา โดยหลักการของการช่วยเหลือแล้ว คงจะต้องค่อยๆนำออกไป ไปเน้นในเรื่องของการสร้างรายได้ให้มากขึ้น คือสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ ในมาตรการของการไปช่วยจ่ายครึ่งหนึ่ง เช่น โครงการคนละครึ่ง เเบ่งภาระส่วนหนึ่งหรือในเรื่องของสวัสดิการส่วนหนึ่ง ในการแบ่งเบาภาระของประชาชน แล้วก็ในเรื่องของการเยียวยาแบบในลักษณะโอนเงินถึงมือ ก็คงจะลดลงไป

 ขณะที่นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวเสริมว่า นโยบายการเงิน เป็นนโยบายที่ไม่ได้ตรงจุด และค่อนข้างกว้าง ซึ่งแตกต่างจากนโยบายการคลังที่สามารถเจาะกลุ่มได้เฉพาะ โดยวันนี้พระเอกกู้วิกฤต คือการคลัง เพราะถ้าไม่มีนโยบายการคลัง ภาพเศรษฐกิจไทยจะหนักกว่านี้เยอะมาก เช่น ปีก่อนจีดีพี ติดลบ 6% หากไม่มีมาตรการคลังไม่มีเงินกู้ที่มาอัดฉีดช่วยเศรษฐกิจ  จีดีพีต้องติดลบ 9 % หรือปีนี้เรามองเศรษฐกิจขยายตัว 0.7% หากไม่มีมาตรการคลังมาช่วย เศรษฐกิจอาจติดลบ 7% โดยเบ็ดเสร็จมาตรการคลังช่วยพยุงจีดีพี 10.8%

ผู้ว่าแบงก์ชาติ กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจไทยจะกลับมาเติบโตเท่ากับช่วงก่อนโควิด-19 ได้ในไตรมาส 1 ของปี 2566  แต่เป็นเพียงการฟื้นในเรื่องตัวเลข เพราะประชาชนจะรู้สึกไม่เหมือนเดิม เนื่องจากการจ้างงานยังไม่ฟื้น  การจ้างงานส่วนใหญ่   เกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าปีหน้าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยไม่ถึง 6 ล้านคน ขณะที่ภาระหนี้ครัวเรือนยังสูงต่อเนื่อง ยังกดดันการบริโภคของประชาชนต่อไปอีกในปีหน้า

แชร์มาจาก: เว็บไซต์ pptvhd36

เช็คเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบัตรคนจน ลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชนแทน

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐบัตรคนจน ชัดเจนแล้ว กระทรวงการคลัง เปิดให้ลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชนแทน เช็คเงื่อนไขตรวจสอบที่นี่ด่วน

อัพเดทความคืบหน้า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐบัตรคนจน หลังจาก กรมบัญชีกลาง สังกัดกระทรวงการคลัง มีนโยบายชัดเจนแล้วจะเปิดให้ลงทะเบียนใหม่อีกรอบภายในเดือนธันวาคมนี้ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนเงื่อนไขวงเงินรายได้แต่ละครัวเรือน

ขยายสิทธิครัวเรือน 2 แสนบาทต่อปี

ล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้  นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ว่า ในการใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นั้น ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบเอนกประสงค์แบบใหม่ หรือสมาร์ทการ์ด แทนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน

โดยเบื้องต้นได้กำหนดเกณฑ์รายได้ของครอบครัวที่จะนำมาคำนวณสิทธิ คือ ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี จากเดิมที่ใช้เพียงรายได้ส่วนบุคคลไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

“เรามีความตั้งใจอยากให้แล้วเสร็จภายในปีนี้เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ซึ่งที่ประชุมได้ให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปตรวจสอบหลักเกณฑ์ และข้อจำกัดต่างๆ ตามข้อเสนอแนะของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แล้วมาหารือร่วมกันอีกครั้ง หากได้ข้อสรุปจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเร็วที่สุด” นายสันติ กล่าว

เช็คคุณสมบัติเงื่อนไขเบื้องต้น

  • สำหรับคุณสมบัติผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม คือ เป็นผู้มีสัญชาติไทย  อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์  มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ไม่มีหรือมีทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝากธนาคาร สลากออมสิน สลาก ธ.ก.ส. พันธบัตร ตราสารหนี้ รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท
  • ไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย ถ้าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านพร้อมที่ดิน จะต้องมีบ้านหรือทาวเฮ้าส์ พื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา ส่วนห้องชุดต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร ส่วนกรณีเป็นที่อยู่อาศัย และใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตร จะต้องมีที่ดินไม่เกิน 10 ไร่ หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตร ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่
  • วางแผนตั้งจุดรับลงทะเบียน เนื่องจากกลุ่มผู้มีรายได้น้อยอาจไม่มีสมาร์ทโฟน เพื่อคัดกรองบุคคลที่สมควรได้รับสวัสดิการจากรัฐเพิ่มเติมอย่างแท้จริง โดยคาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิ์ประมาณ 15 ล้านคน.

แชร์มาจาก: ฐานเศรษฐกิจ

วันนี้ รับ 1,000 ใครบ้างได้สิทธิ

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐบัตรคนจน ล่าสุด 1,000 อีก 2 วัน กรมบัญชีกลาง ภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง เติมเงินให้ผู้ถือบัตรใครบ้างได้สิทธิตรวจสอบด่วน

มาตรการเยียวยาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบัตรคนจน กรมบัญชีกลาง ได้โอนเงินตามไทม์ไลน์ให้กับผู้ถือบัตรจำนวน  13.5 ล้านคน ต่อเนื่องในทุกๆ เดือน

สำหรับในเดือนพฤศจิกายนนี้ กรมบัญชีกลาง ได้บริหารจัดการโอนเงินผ่านไปแล้วกว่าครึ่งเดือน โดยโอนเงินตามเงื่อนไขมติ ครม. ดังนี้

 วันที่ 1 พ.ย. (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป)

  • วงเงินซื้อสินค้า 700/800 บาทต่อเดือน (เป็นวงเงินเดิม 200/300 บาท และวงเงินจากโครงการเพิ่มกำลังซื้อ 500 บาท)
  •  ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาทต่อ 3 เดือน
  • ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประกอบด้วย
  • ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาทต่อเดือน
  • ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อเดือน
  • ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ขสมก./ MRT/ BTS และ ARL 500 บาทต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่อาศัยอยู่ในเขต กทม. และปริมณฑล)

วันที่ 18  พ.ย.(สามารถกดเป็นเงินสดได้ และสะสมในเดือนถัดไปได้)

  • เงินคืนค่าไฟฟ้าไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

(สำหรับผู้ถือบัตรฯ ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน)

  •  เงินคืนค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

(สำหรับผู้ถือบัตรฯ ที่ใช้น้ำประปาไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน จะได้รับเงินคืนค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาท ส่วนที่เกินจาก 100 บาท ผู้ถือบัตรฯ เป็นผู้ชำระเอง)

วันที่ 22 พ.ย. บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเบี้ยความพิการรับเงิน 1,000 บาท

  • เพิ่มเงินเบี้ยความพิการ จำนวน 200 บาท ถึงเดือนกันยายน 2565 จากจำนวน 800 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นจำนวน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน  สามารถกดเป็นเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยได้เช่นเดียวกัน.

คลังเปิดเกณฑ์ใหม่รายได้ครอบครัวถือบัตรคนจนไม่เกิน 2 แสนบาท

คลังกำหนดเกณฑ์รายได้ครอบครัวไม่เกิน 2 แสนบาทจะได้รับบัตรคนจน และให้ใช้บัตรประชาชนแทนบัตรคนจน โดยคนที่ถือบัตรคนจนอยู่แล้ว และคนที่ยังไม่มีบัตร หากต้องการรับสวัสดิการเพิ่มเติม จะต้องลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด คาดเปิดรับลงทะเบียนได้ต้นปีหน้า

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมการลงทะเบียนรับสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน)เพิ่มเติมในรอบใหม่ ที่คาดว่าจะเริ่มในต้นปีหน้าว่า ที่ประชุม ซึ่งมีสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้หารือร่วมกันถึงหลักเกณฑ์ใหม่ ในการพิจารณาผู้ที่สมควรได้รับบัตรคนจน

โดยที่ประชุมเห็นควรที่จะเพิ่มหลักเกณฑ์รายได้ของครอบครัวเข้าไปอยู่ในเกณฑ์การพิจารณาด้วย จากปัจจุบันพิจารณาเฉพาะ รายได้ส่วนบุคคล ที่จะต้องมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปีจึงมีสิทธิได้รับบัตรคนจน

สำหรับหลักเกณฑ์รายได้ครอบครัว ที่จะเป็นหลักเกณฑ์เพิ่มเติมเข้ามานั้น จะกำหนดว่า ครอบครัวหนึ่งๆ จะต้องมีรายได้ทั้งครอบครัวไม่เกิน 2 แสนบาท จึงมีสิทธิได้รับบัตรคนจน

ตัวอย่างเช่น กรณี ครอบครัวหนึ่งมีสามีและภรรยา ยังไม่มีบุตร สามีมีรายได้ต่อปี 1.5 แสนบาท ภรรยามีรายได้ต่อปี 5 หมื่นบาท กรณีนี้สามีไม่มีสิทธิได้รับบัตรคนจน เพราะรายได้ต่อบุคคลเกิน 1 แสนบาทต่อปี แต่ภรรยามีสิทธิได้รับบัตรคนจน เพราะมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี และรายได้ของครอบครัวไม่เกิน 2 แสนบาทต่อปี

แต่หากกรณี สามีมีรายได้ 2 แสนบาท และภรรยามีรายได้ 9 หมื่นบาท แม้กรณีนี้ภรรยาจะมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาท แต่เมื่อใช้เกณฑ์ครอบครัวพิจารณาแล้ว ครอบครัวนี้มีรายได้ต่อคนเกิน 1 แสนบาทต่อปี ดังนั้น ภรรยาจึงไม่มีสิทธิได้รับบัตรคนจน

แต่ในกรณีนี้ หากครอบครัวนี้มีบุตร ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี 1 คน เมื่อเอาจำนวนคนในครอบครัวหาร กับรายได้ต่อปีของทั้งครอบครัวแล้ว แต่ละคนจะมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาท ดังนั้น ภรรยามีสิทธิได้รับบัตรคนจน

 ทั้งนี้ นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐ ที่กำหนดให้คนไทยทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป มีสิทธิได้รับบัตรคนจน ภายใต้เงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่กำหนด

โดยผู้ถือบัตรจะได้รับวงเงินในบัตรรายละ 300 บาท กรณีที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 3 หมื่นบาท และได้รับวงเงิน 200 บาท กรณีมีรายได้เกิน 3 หมื่นบาทแต่ไม่เกิน 1 แสนบาท รวมถึงวงเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยขนส่งสาธารณะอีกคนละ 500 บาท เป็นต้น

ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมยังได้มีมติให้ใช้บัตรประชาชน แทนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้ผู้ที่ได้รับสิทธิไม่จำเป็นต้องถือบัตรหลายใบ

นอกจากนี้ ยังปรับปรุงในเรื่องหลักเกณฑ์อื่นๆ นอกเหนือจากเรื่องรายได้  ส่วนในเรื่องการถือครองที่ดิน ที่เป็นโฉนด  ก็ให้รวมถึงการถือครองแต่ไม่มีกรรมสิทธิ์อีกด้วย เช่น การถือครองที่ดินประเภท สปก. เป็นต้น

เขากล่าวว่า เมื่อพิจารณาหลักเกณฑ์แล้วเสร็จ กระทรวงการคลังจะต้องเสนอให้ ครม.อนุมัติ เพื่อประกาศใช้ ซึ่งกระทรวงการคลังอยากเร่งให้สามารถได้ภายในปีนี้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี และเมื่อประกาศใช้แล้ว กระทรวงการคลังคาดว่า จะสามารถเริ่มลงทะเบียนรอบใหม่ได้ภายในต้นปีหน้า โดยคนที่ถือบัตรอยู่แล้ว และคนที่ยังไม่มีบัตร หากต้องการรับสวัสดิการ จะต้องมาลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด

แชร์ข่าวมาจาก: กรุงเทพธุรกิจ

ใช้บัตรประชาชน แทน “บัตรคนจน” รอบใหม่

เคาะใช้บัตรประชาชน แทน “บัตรสวัสดิการรัฐ” ที่จะเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ พร้อมสั่ง สศค. เร่งพิจารณาวงเงินรายได้ครอบครัวที่จะนำมาใช้คำนวณรับสัทธิ เบื้องต้นไม่เกิน 200,000 บาท กำชับทุกฝ่ายเร่งทำงาน หวังมอบให้เป็นของขวัญประชาชนปีใหม่นี้

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ว่า ในการใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นั้น ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบเอนกประสงค์แบบใหม่ หรือสมาร์ทการ์ด แทนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน

นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปพิจารณาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ ให้รอบคอบอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้ตรงจุดมากที่สุด  โดยเบื้องต้นได้กำหนดเกณฑ์รายได้ของครอบครัวที่จะนำมาคำนวณสิทธิ คือ ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี จากเดิมที่ใช้เพียงรายได้ส่วนบุคคลไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

โดยยกตัวอย่างการคำนวณรายได้ครอบครัว คือ สามี มีรายได้ 150,000 บาท ภรรยามีรายได้ 50,000 บาท เมื่อนำมารวมกันแล้วจะเท่ากับ 200,000 บาทต่อปี ถือว่าไม่เข้าเกณฑ์ แต่หากครอบครัวนั้นมีลูกอายุต่ำกว่า 18 ปี 1 คน เมื่อนำรายได้ของสามีและภรรยามารวมกัน คือ 200,000 บาท แล้วหารด้วย 3 คน คือ พ่อ แม่ ลูก จะทำให้เหลือรายได้ตกคนละ 66,666 บาทต่อปี จะถือว่าภรรยาเข้าเกณฑ์เป็นผู้รับสิทธิบัตรคนจน ขณะที่สามีหรือพ่อจะถือว่ารายได้เกินเกณฑ์แต่เริ่มแรก และลูกซึ่งยังอายุต่ำกว่า 18 ปี จึงถือว่าทั้ง 2 คน ไม่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับสิทธิ

“เรามีความตั้งใจอยากให้แล้วเสร็จภายในปีนี้เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ซึ่งที่ประชุมได้ให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปตรวจสอบหลักเกณฑ์ และข้อจำกัดต่างๆ ตามข้อเสนอแนะของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แล้วมาหารือร่วมกันอีกครั้ง หากได้ข้อสรุปจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเร็วที่สุด” นายสันติ กล่าว

ขณะที่คุณสมบัติผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม คือ เป็นผู้มีสัญชาติไทย  อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์  มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ไม่มีหรือมีทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝากธนาคาร สลากออมสิน สลาก ธ.ก.ส. พันธบัตร ตราสารหนี้ รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท

ขณะเดียวกันต้องไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย ถ้าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านพร้อมที่ดิน จะต้องมีบ้านหรือทาวเฮ้าส์ พื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา ส่วนห้องชุดต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร ส่วนกรณีเป็นที่อยู่อาศัย และใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตร จะต้องมีที่ดินไม่เกิน 10 ไร่ หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตร ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่

แชร์มาจาก: ฐานเศรษฐกิจ