ตรวจสอบเงิน “ประกันรายได้เกษตร” จ่ายส่วนต่าง “ประกันราคาข้าว” งวดที่ 6

ตามที่รัฐบาล ได้อนุมัติโครงการ ประกันรายได้เกษตรกร ผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 งวดแรก ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2564 จาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นเงินเยียวยา ช่วยเหลือชาวนา
 

ล่าสุด กรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ตามที่คณะอนุกรรมการกำกับดูแล และกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ได้อนุมัติราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง และการชดเชยส่วนต่างราคา ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 งวดที่ 6 ไปเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2564 โดยมีมติจ่ายเงินส่วนต่างให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว ตั้งแต่วันที่ 12-18 พ.ย.2564 จำนวน 5 ชนิด ได้แก่

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ
  • ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่
  • ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี
  • ข้าวเปลือกเจ้า
  • ข้าวเปลือกเหนียว

ข้อ 1. ราคาเกณฑ์อ้างอิง ประจำวันที่ 19 พ.ย.2564 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่าง ตามโครงการ “ประกันรายได้เกษตรกร” ผู้ปลูกข้าวปี 2562/63 รอบที่ 1 (งวดที่ 6) ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว ระหว่างวันที่ 12-18 พฤศจิกายน 2564
สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง ๆ ความชื้นไม่เกิน 15% ดังนี้

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคา 10,871.48 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4,128.52 บาท 
  • ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคา 10,295.49 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 3,704.51 บาท 
  • ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคา 9,545.67 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 1,454.33 บาท 
  • ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 7,753.19 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 2,246.81 บาท 
  • ข้าวเปลือกเหนียว ราคา 7,903.56บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4,096.44 บาท

ตรวจสอบสถานะขั้นตอน-ช่องทางตรวจสอบเงิน ดังนี้

  1. เข้าสู่เว็บไซต์ chongkho.inbaac.com ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  2. กรอกเลขประจำตัวประชาชน เพื่อใช้ในการเช็คเงินเกษตรกร การเช็คเงินเกษตรกร 2564 เข้าหรือยัง สามารถทราบผลได้ทันที หลังจากกรอกเลขบัตรประชาชน โดยจะมีรายละเอียดของบัญชี จำนวนเงิน และโครงการของเงินช่วยเหลือที่ได้รับ
  3. ตรวจสอบข้อมูลในแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile หลังจากตรวจสอบในเว็บไซต์แล้วเรียบร้อย หากมีข้อมูลขึ้นว่าได้รับเงินโอน สามารถเข้าไปตรวจสอบยอดเงินได้ด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชั่น ธ.ก.ส. A-Mobile จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวครอบคลุมกว่า 4.68 ล้านคน โดยประกันรายได้ให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 (รอบที่ 1) กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปลูกข้าวระหว่างวันที่ 1 เม.ย.- 31 ต.ค. 2564 ยกเว้นภาคใต้ ระหว่างวันที่ 16 มิ.ย. 2564 – 28 ก.พ. 2565

แชร์มาจาก: กรุงเทพธุรกิจ

ธ.ก.ส. จ่ายเงินประกันรายได้ข้าวงวด 1-4 วันไหนบ้างเช็คที่นี่

ตรวจสอบไทม์ไลน์ธ.ก.ส. จ่ายเงินประกันรายได้ข้าว งวดที่ 1 งวดที่ 2 งวดที่ 3 งวดที่ 4  ให้ชาวนา 9-10 พ.ย.นี้ พร้อมส่วนต่างราคาชดเชยข้าวแต่ละชนิดแบบละเอียด

“ประกันรายได้ข้าว” หรือ โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 ของรัฐบาลที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือชาวนา เกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำนวน 4.68 ล้านคน งบประมาณ 13,604 ล้านบาท ล่าสุดธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้กำหนดวันโอนเงินประกันรายได้ข้าวให้กับเกษตรผู้ปลูกข้าวในงวดที่ 1 งวดที่ 2 งวดที่ 3 และ งวดที่ 4 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ราคาประกันรายได้ข้าว2564/65

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคา 15,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน
  • ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่  ราคา 14,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16ตัน
  • ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคา 11,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน  
  • ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 10,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน
  • ข้าวเปลือกเหนียว  ราคา 12,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน

ไทม์ไลน์ธ.ก.ส.จ่ายเงินประกันรายได้ข้าว 

งวดที่ 1 ธ.ก.ส.จ่ายเงิน วันที่ 9 พ.ย. 2564

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาชดเชยตันละ 4,135.77 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด 57,900.78 บาท
  • ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคาชดเชยตันละ 3,595.25 บาท  รับเงินส่วนต่างสูงสุด 57,524 บาท
  • ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคาชดเชยตันละ 1,052.13 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด 26,303.25 บาท
  • ข้าวเปลือกเจ้า ราคาชดเชยตันละ 1,934.62 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด 58,038.6 บาท
  • ข้าวเปลือกเหนียว ราคาชดเชยตันละ 4,337.47 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด 69,399.52 บาท

งวดที่ 2 ธ.ก.ส.จ่ายเงินวันที่ 10 พ.ย. 2564

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาชดเชยตันละ 4,130.44 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด  57,826.16 บาท 
  • ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคาชดเชยตันละ 3,719.16 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด 59,506.56 บาท
  • ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคาชดเชยตันละ 1,019.07 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด 59,506.56 บาท
  • ข้าวเปลือกเจ้า ราคาชดเชยตันละ 1,918.69 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด 59,506.56 บาท
  • ข้าวเปลือกเหนียว ราคาชดเชยตันละ 4,348.79 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด 69,580.64 บาท

งวดที่ 3 ธ.ก.ส.จ่ายเงินวันที่ 10 พ.ย. 2564

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาชดเชยตันละ 4,136.46 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด  57,910.44 บาท
  • ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคาชดเชยตันละ 3,719.16 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด 59,506.56 บาท 
  • ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคาชดเชยตันละ 1,044.44 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด 26,111 บาท
  • ข้าวเปลือกเจ้า ราคาชดเชยตันละ 1,969.31 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด 59,079.3 บาท
  • ข้าวเปลือกเหนียว ราคาชดเชยตันละ 4,394.98 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด 70,319.68 บาท

งวดที่ 4 ธ.ก.ส. จ่ายเงินวันที่ 10 พ.ย. 2564

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาชดเชยตันละ 4,213.47 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด 58,988.58 บาท
  • ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคาชดเชยตันละ 3,719.16บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด บาท 59,506.56 บาท 
  • ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคาชดเชยตันละ 1,123.76 บาท  รับเงินส่วนต่างสูงสุด บาท28,094 บาท
  • ข้าวเปลือกเจ้า ราคาชดเชยตันละ 2,089.91 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด 62,697.3 บาท
  • ข้าวเปลือกเหนียว ราคาชดเชยตันละ 4,466.59 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด 71,465.44 บาท

หมายเหตุ: การประกันรายได้ได้กำหนดราคาประกันที่ความชื้นที่ 15% หากความสูงขึ้นก็จะมีการหักความชื้นตามน้ำหนักไป เพื่อนำไปคำนวณราคาใกล้เคียง ส่งผลให้เงินที่ได้จะลดลง

นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. พร้อมจ่ายเงิน โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 วงเงินรวม 13,225 ล้านบาท รอบแรกวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งมีเกษตรกรได้รับประโยชน์จำนวน 492,571 ครัวเรือน เป็นเงิน 10,920 ล้านบาท

สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้ เกษตรกรจะต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และต้องแจ้งวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว เพื่อใช้เป็นข้อมูลช่วงเวลาที่เกษตรกรจะได้รับสิทธิชดเชย

การคำนวณเงินประกันรายได้ข้าว

กรมส่งเสริมการเกษตรจัดส่งข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำแนกตามช่วงเวลาที่เก็บเกี่ยวและคำนวณปริมาณผลผลิต ใช้พื้นที่ทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าวแต่ละชนิดคูณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เป็นปริมาณผลผลิตที่ต้องชดเชย แต่ต้องไม่เกินปริมาณที่กำหนดไว้ ส่งให้ ธ.ก.ส. เพื่อเป็นข้อมูลในการจ่ายเงิน

จากนั้น ธ.ก.ส. จะดำเนินการจ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ภายใน 3 วัน นับจากวันที่ได้รับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในแต่ละรอบจากคณะอนุกรรมการฯ


เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน LINE Official BAAC Family กรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ BAAC Connect หรือสามารถ เช็คเงินเกษตรกร ผ่านเว็บไซต์ https://chongkho.inbaac.com คลิก

ข่าวต้นทาง: thansettakij