นั่งร้านอาหาร ได้ถึง 3 ทุ่ม – มาตรการผ่อนคลาย พื้นที่แดงเข้ม

ศบค.  เริ่ม มาตรการผ่อนคลาย ให้พื้นที่แดงเข้ม นั่งร้านอาหาร ได้ถึง 3 ทุ่ม ปรับพื้นที่สีแดงเข้มใหม่ (พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด) เหลือ 4 จังหวัด กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ตัด “เชียงใหม่ และชลบุรี” ออกหลังสถานการณ์ดีขึ้น มีผลวันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

มาตรการผ่อนคลาย นั่งร้านอาหาร

ที่ประชุม ศบค. ได้ประชุมหารือหลักการและหลักเกณฑ์การผ่อนคลายสำหรับร้านอาหาร เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสังคม ตามระดับของพื้นที่สถานการณ์ย่อยในพื้นที่ทั่วประเทศ

มาตรการผ่อนคลาย นั่งร้านอาหาร ในแต่ละพื้นที่ควบคุม แบ่งระดับเป็นดังนี้

  • พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 4 จังหวัด : นั่งกินในร้านอาหารได้ไม่เกิน 25% ไม่เกินเวลา 21.00 น. (สามทุ่ม) และซื้อกลับบ้านได้ ไม่เกิน 23.00 น. (ห้าทุ่ม)
  • พื้นที่ควบคุมสูงสุด 17 จังหวัด : นั่งกินในร้านอาหารได้ ไม่เกิน 23.00 น. (ห้าทุ่ม)
  • พื้นที่ควบคุม 56 จังหวัด : นั่งกินในร้านอาหารได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ทุกพื้นที่ควบคุมทั้ง 3 ระดับ ยังคงห้ามเรื่องการดื่มสุราในร้าน โดยให้เหตุผลว่าการดื่มสุราหรือแอลกอฮอล์ เป็นแหล่งของการทำให้เกิดการติดต่อของโรคโควิด-19 ได้

ศบค. เปิดเผยว่าการบังคับใช้มาตรการผ่อนคลายใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะพยายามทำให้เร็วที่สุด ซึ่งทางนายกรัฐมนตรีได้สั่งการมาให้ทำให้เร็วที่สุด โดยจะมีผลใช้บังคับวันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

การปรับระดับพื้นที่ควบคุมใหม่ทั่วประเทศ

ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศปก.ศบค. ได้มีมติเห็นชอบถึงการปรับระดับพื้นที่ควบคุมทั่วประเทศ โดยตัด “เชียงใหม่ และชลบุรี” ออกจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดออกไป หลังสถานการณ์เริ่มดีขึ้น และได้มีการปรับเปลี่ยนใหม่ ดังนี้

พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 4 จังหวัด

“พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด” ปรับลดลงจาก 6 จังหวัด เหลือ 4 จังหวัด (ตัด เชียงใหม่ และชลบุรี ออก)

  1. กรุงเทพมหานคร
  2. นนทบุรี
  3. ปทุมธานี
  4. สมุทรปราการ

จังหวัดเชียงใหม่จะถูกจัดระดับใหม่เป็น “พื้นที่ควบคุม” ส่วนจังหวัดชลบุรีจะถูกจัดระดับเป็น “พื้นที่ควบคุมสูงสุด”

มาตรการควบคุมร้านอาหารในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

ให้บริโภคอาหารและเครื่องดื่มในร้านได้ไม่เกินเวลา 21.00 น. โดยจำกัดจำนวนผู้นั่งบริโภคในร้านได้ไม่เกินร้อยละ 25 ของจำนวนที่นั่งปกติ ห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน และให้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในลักษณะของการนำไปบริโภคที่อื่นได้จนถึงเวลา 23.00 น. ทั้งนี้ ให้ผู้ประกอบการจัดให้มีมาตรการคัดกรองผู้เกี่ยวข้อง การจัดระเบียบผู้เข้าใช้บริการ และการเว้นระยะห่างตามคำแนะนำและมาตรการที่ทางราชการกำหนด

พื้นที่ควบคุมสูงสุด 17 จังหวัด

“พื้นที่ควบคุมสูงสุด” ปรับเพิ่มขึ้นจาก 16 จังหวัด เป็น 17 จังหวัด (เพิ่ม ชลบุรี ซึ่งมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด)

  1. กาญจนบุรี
  2. ชลบุรี (ใหม่)
  3. ฉะเชิงเทรา
  4. ตาก
  5. นครปฐม
  6. นครศรีธรรมราช
  7. นราธิวาส
  8. ประจวบคีรีขันธ์
  9. พระนครศรีอยุธยา
  10. เพชรบุรี
  11. ยะลา
  12. ระนอง
  13. ระยอง
  14. ราชบุรี
  15. สมุทสาคร
  16. สงขลา
  17. สุราษฎร์ธานี

มาตรการควบคุมร้านอาหารในพื้นที่ควบคุมสูงสุด

ให้บริโภคอาหารและเครื่องดื่มในร้านได้ไม่เกินเวลา 23.00 น. โดยห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน ทั้งนี้ ให้ผู้ประกอบการจัดให้มีมาตรการคัดกรองผู้เกี่ยวข้อง การจัดระเบียบผู้เข้าใช้บริการ และการเว้นระยะห่างตามคำแนะนำและมาตรการที่ทางราชการกำหนด

พื้นที่ควบคุม 56 จังหวัด

“พื้นที่ควบคุม” ปรับเพิ่มขึ้นจาก 55 จังหวัด เป็น 56 จังหวัด (เพิ่ม เชียงใหม่ ซึ่งมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด)

  1. กระบี่
  2. กาฬสินธุ์
  3. กำแพงเพชร
  4. ขอนแก่น
  5. จันทบุรี
  6. ชัยภูมิ
  7. ชัยนาท
  8. ชุมพร
  9. เชียงราย
  10. เชียงใหม่ (ใหม่)
  11. ตรัง
  12. ตราด
  13. นครนายก
  14. นครพนม
  15. นครราชสีมา
  16. นครสวรรค์
  17. น่าน
  18. หนองคาย
  19. บึงกาฬ
  20. บุรีรัมย์
  21. ปราจีนบุรี
  22. ปัตตานี
  23. พังงา
  24. พัทลุง
  25. พะเยา
  26. พิจิตร
  27. พิษณุโลก
  28. เพชรบูรณ์
  29. แพร่
  30. ภูเก็ต
  31. มหาสารคาม
  32. มุกดาหาร
  33. แม่ฮ่องสอน
  34. ยโสธร
  35. ร้อยเอ็ด
  36. ลพบุรี
  37. ลำปาง
  38. ลำพูน
  39. เลย
  40. ศรีสะเกษ
  41. สกลนคร
  42. สตูล
  43. สระแก้ว
  44. สระบุรี
  45. สมุทรสงคราม
  46. สิงห์บุรี
  47. สุโขทัย
  48. สุพรรณบุรี
  49. สุรินทร์
  50. หนองบัวลำภู
  51. อ่างทอง
  52. อุดรธานี
  53. อุตรดิตถ์
  54. อุทัยธานี
  55. อุบลราชธานี
  56. อำนาจเจริญ

มาตรการควบคุมร้านอาหารในพื้นที่ควบคุม

ให้บริโภคอาหารและเครื่องดื่มในร้านได้ภายในกำหนดเวลาปกติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน

พื้นที่เฝ้าระวังสูง 0 จังหวัด

ปัจจุบันยังไม่มีจังหวัดใดอยู่ในระดับพื้นที่เฝ้าระวังสูง

พื้นที่เฝ้าระวัง 0 จังหวัด

ปัจจุบันยังไม่มีจังหวัดใดอยู่ในระดับพื้นที่เฝ้าระวัง

ตอบข้อสงสัย “หมอพร้อม” เพื่อให้ “ทุกคนพร้อม” จองฉีดวัคซีนโควิด 19

วัคซีนโควิด 19 ความหวังที่ทุกคนในประเทศรอคอย เพื่อให้ทุกคนสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติเหมือนที่ผ่านมาในอดีต ได้มาพร้อมกับ “หมอพร้อม” ระบบลงทะเบียนขอสิทธิ์การฉีดวัคซีนผ่านทาง Line Official Account (Line OA) และ Mobile application ซึ่งอาจเป็นสิ่งใหม่สำหรับบางคน รวมถึงมีเงื่อนไข และข้อมูลต่างๆ ที่ทำให้มีคำถามตามมามากมาย

เพื่อให้ความหวังการฉีดวัคซีนนี้สมหวัง เราจึงรวบรวมคำถาม และคำตอบอย่างสรุป ให้เข้าใจได้มากขึ้น

ขั้นตอนการใช้งาน Line Official Account “หมอพร้อม” เวอร์ชั่น 2 จาก ศูนย์ประสานงานข้อมูลหมอพร้อม (ข้อมูลอัปเดตวันที่ 4 พฤษภาคม 2564)

Q1: องค์ประกอบการลงทะเบียน “หมอพร้อม” รอบแรก มีอะไรบ้าง?

คำตอบ: สำหรับการลงทะเบียน “หมอพร้อม” รอบแรก จะมีองค์ประกอบ 3 ส่วนด้วยกันตามลำดับ คือ

  1. ท่านที่มีรายชื่อเป็นกลุ่มเป้าหมายผู้รับวัคซีน (whitelist) ซึ่งโรงพยาบาลที่ท่านใช้บริการส่งข้อมูลของท่านให้กับส่วนกลางของกระทรวงสาธารณสุขแล้วเท่านั้น!
  2. สถานที่ที่ท่านเลือกจะไปฉีดวัคซีน (สถานที่เดียวกับที่ส่งสิทธิ์ของท่านไปที่ส่วนกลางของกระทรวงสาธารณสุข อาจจะมีหลายแห่งก็ได้) “เปิดรับ (Slot) ฉีดวัคซีน” ซึ่งเป็นสิทธิ์ของโรงพยาบาลนั้นๆ
  3. ลงทะเบียนผ่าน Line OA ของ “หมอพร้อม” หรือ Mobile application “หมอพร้อม”​ โดยสามารถให้ผู้อื่นช่วยลงทะเบียนแทนได้

แต่หากท่านเป็นผู้ที่มีรายชื่อเป็นกลุ่มเป้าหมายผู้รับวัคซีน (whitelist) และไม่สามารถลงทะเบียนผ่านระบบมือถือ หรือไม่สะดวกลงทะเบียนผ่านระบบมือถือ ท่านสามารถติดต่อไปที่โรงพยาบาลที่ท่านรักษาเป็นประจำได้โดยตรงเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

Q2: ใครมีสิทธิ์ลงทะเบียนหมอพร้อม “รอบแรก”

คำตอบ: ในรอบนี้จะเป็นกลุ่มผู้ที่เป็น 7 โรคเรื้อรัง* และ กลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

ซึ่งเป็นอันดับที่ 3 และ 4 จากการเรียงตาม 5 รายชื่อกลุ่มเป้าหมายผู้รับวัคซีน (whitelist) ของทางกระทรวงสาธารณสุข ที่จัดเรียงตามลำดับความสำคัญของกลุ่มเสี่ยง เพื่อลดอาการป่วยรุนแรง และลดอัตราการเสียชีวิตจากโควิด 19 โดย 5 รายชื่อกลุ่มเป้าหมายผู้รับวัคซีน (whitelist) นี้คือ

  1. บุคลากรทางการแพทย์ (จำนวน 1.2 ล้านคน)
  2. บุคลากรด่านหน้า เช่น ทหาร ตำรวจ (จำนวน 1.8 ล้านคน)
  3. กลุ่มผู้ที่เป็น 7 โรคเรื้อรัง* ได้แก่ (จำนวน 4.4 ล้านคน)
  4. กลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป (จำนวน 11.7 ล้านคน)
  5. ประชาชนที่เหลือ (จำนวน 31 ล้านคน)

*โรคเรื้อรัง 7 โรค ได้แก่
1. โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคหอบหืดที่ควบคุมได้ไม่ดี
2. โรคหัวใจและหลอดเลือด
3. โรคไตวายเรื้อรังระยะที่ 5 (ระยะสุดท้าย)
4. โรคหลอดเลือดสมอง
5. โรคมะเร็งทุกชนิดที่อยู่ระหว่างเคมีบำบัด รังสีบำบัด และภูมิคุ้มกันบำบัด
6. โรคเบาหวาน
7. โรคอ้วน (น้ำหนัก > 100 กิโลกรัม หรือ BMI > 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร)

Q3: สิทธิ์รอบแรกมาจากไหน?

คำตอบ: รายชื่อในระบบได้มาจากโรงพยาบาลทั่วประเทศกว่า 1,000 แห่ง ส่งข้อมูลมาให้กับส่วนกลางของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ทราบว่าใครเป็นกลุ่มผู้เป็นโรคเรื้อรัง และผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

เนื่องจากปริมาณข้อมูลมากและมาจากหลายแหล่ง จึงอาจมีโอกาสส่งผลให้ข้อมูลตกหล่นได้ ซึ่งหากใครเข้าข่ายในกลุ่มทั้ง 2 แต่ไม่พบรายชื่อ ให้ทำการแจ้งโรงพยาบาลที่ท่านมีประวัติการรักษาส่งรายชื่อท่านไปที่ส่วนกลางของกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง เพื่อให้สามารถลงทะเบียนได้ต่อไป

Q4: ลงทะเบียนได้กี่ช่องทาง?

คำตอบ: มี 3 ช่องทาง โดยเลือกเพียง 1 ช่องทาง คือ

  1. Line OA หมอพร้อม
  2. Mobile application หมอพร้อม
  3. ติดต่อโดยตรงกับโรงพยาบาลที่ท่านรักษาอยู่ หรือ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือ อสม.

Q5: ถ้ารายชื่อตกหล่น ต้องทำอย่างไร?

คำตอบ: ถ้าพบว่ารายชื่อตกหล่น ให้ติดต่อไปที่โรงพยาบาลที่มีประวัติการรักษา เพื่อให้โรงพยาบาลส่งข้อมูลของท่านให้ส่วนกลางกระทรวงสาธารณสุข

Q6: ต้องรีบจองหรือไม่? เพราะกลัวจะเต็มจำนวน

คำตอบ: ไม่ต้องรีบ ในการฉีดวัคซีนรอบแรกนี้ (มิถุนายน ถึง กรกฎาคม 2564) มีวัคซีนของแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ที่จัดหาไว้ทั้งสิ้น 16 ล้านโดส ซึ่งจะครอบคลุมการฉีดวัคซีนเข็มแรกของกลุ่มเป้าหมายในรอบนี้ที่มีอยู่ประมาณ 16 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขได้วางแผนจัดหาวัคซีนให้ครอบคลุมเป้าหมายทั้งสิ้นที่ 50 ล้านคน (70% ของประชากร) ภายในสิ้นปีนี้

Q7: “หมอพร้อม” รอบนี้ฉีดยี่ห้ออะไร?

คำตอบ: ได้รับวัคซีนยี่ห้อ แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ผลิตโดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จํากัด ของประเทศไทย สำหรับทั้ง 2 กลุ่ม คือกลุ่มผู้ที่เป็น 7 โรคเรื้อรัง และ กลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

ศึกษาเพิ่มเติม วัคซีนโควิด 19 ฉบับอัปเดตล่าสุด

Q8: วัคซีนโควิด 19 เข็มที่ 1 และ 2 ฉีดคนละยี่ห้อได้ไหม?

คำตอบ: สามารถฉีดได้ แต่ไม่แนะนำ ยกเว้นกรณีแพทย์เห็นว่าจำเป็นจะต้องเปลี่ยนยี่ห้อในการฉีด เนื่องจากเมื่อท่านได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ระบบจะทำการจองวัน เวลา และสถานที่สำหรับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ให้ทันที หากท่านมีการเปลี่ยนแปลงยี่ห้อวัคซีนที่จะฉีด จะส่งผลให้ได้รับการฉีดวัคซีนที่ล่าช้าออกไป

Q9: ลงทะเบียน “หมอพร้อม” รอบแรกภายในเมื่อไหร่? และฉีดวัคซีนเมื่อไหร่?

คำตอบ: ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 พฤษภาคม 2564 หรือจนกว่าวัคซีนจะมา และสามารถกำหนดวันฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2564 ซึ่งจะเป็นวัคซีนแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ผลิตโดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จํากัด ของประเทศไทย

Q10: รอบประชาชนทั่วไป ลงทะเบียนได้เมื่อไหร่? และฉีดวัคซีนได้เมื่อไหร่?

คำตอบ: รอบประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นกลุ่มสุดท้ายของรายชื่อกลุ่มเป้าหมายผู้รับวัคซีน (whitelist) คาดว่าจะเปิดให้จองสิทธิ์เดือนกรกฎาคม และสามารถฉีดวัคซีนได้ในเดือนสิงหาคม หรืออาจเร็วกว่านั้น ขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีนที่เหลือ และการจัดสรรวัคซีนได้เพิ่มเติม

Q11: ลงทะเบียนได้ 24 ชม. หรือไม่? และมีวันสิ้นสุดหรือไม่?

คำตอบ: สามารถลงทะเบียนได้ 24 ชม. จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 หรือจนกว่าวัคซีนจะมา

Q12: รู้ได้ยังไงว่าลงทะเบียนแล้วสำเร็จ?

คำตอบ: ถ้าท่านลงทะเบียนและกำหนดสถานที่ วัน เวลาฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว จะมีการส่งข้อมูลจากระบบยืนยันกลับให้ท่านทันที

Q13: ลงทะเบียนแล้วไปฉีดที่ไหนได้บ้าง? และโรงพยาบาลเปิดให้ฉีดวัคซีนได้จำนวนเท่าไร?

คำตอบ: หากท่านลงทะเบียนได้ ก็จะสามารถเลือกสถานที่รับการฉีดวัคซีนได้ตามที่ปรากฏบน Line OA หมอพร้อม หรือ Mobile application หมอพร้อม เช่น โรงพยาบาลที่ท่านรักษาเป็นประจำ เป็นต้น

โดยแต่ละโรงพยาบาลรองรับการฉีดวัคซีนได้ดังนี้

  • โรงพยาบาลขนาดเล็ก 360 คน/วัน
  • โรงพยาบาลขนาดใหญ่ 600 คน/วัน

แต่ในส่วนของโรงพยาบาลสนาม ไม่ได้เปิดให้ฉีดวัคซีน ขอให้ประชาชนไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลเท่านั้น เนื่องจากมีประวัติอยู่แล้ว เพราะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อาจมีความเสี่ยงหากต้องไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลสนาม

Q14: ลงทะเบียน แต่เลือกรพ.ไม่ได้ และเลือกเวลาไม่ได้ ต้องแก้ไขยังไง?

คำตอบ: แสดงว่าท่านเป็นผู้มีสิทธิ์ แต่โรงพยาบาลที่ท่านเลือกไม่เปิดรับการฉีดวัคซีน หรืออาจมีการปิดรับการฉีดวัคซีน เนื่องจากโควต้าคิวที่จองเต็มแล้ว อาจต้องเลือกโรงพยาบาลอื่น หรือรอจนกว่าโรงพยาบาลที่ท่านต้องการไปฉีด เปิดรับอีกครั้ง

Q15: บัตรประชาชนเป็นแบบเก่า ไม่มีเลขหลังบัตร (Laser ID) ลงทะเบียนอย่างไร?

คำตอบ: หากท่านเป็นกลุ่มที่มีสิทธิ์ สามารถติดต่อโรงพยาบาลที่ท่านมีประวัติการรักษา หรืออสม. ที่ดูแลท่าน

Q16: ผู้ที่เป็นโรคอ้วน แต่ไม่มีประวัติในโรงพยาบาล ลงทะเบียนอย่างไร?

คำตอบ: ผู้ที่เป็นโรคอ้วน (น้ำหนัก > 100 กิโลกรัม หรือ BMI > 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) ถือว่าอยู่ในรายชื่อกลุ่มเป้าหมายผู้รับวัคซีน (whitelist) ที่เป็น 7 โรคเรื้อรัง แต่อาจไม่มีประวัติในโรงพยาบาล เพราะอาจไปรักษาที่คลินิกต่างๆ

ท่านสามารถติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้านได้โดยตรง เพื่อให้โรงพยาบาลนั้นๆ แจ้งสิทธิ์ของท่านให้กับส่วนกลางกระทรวงสาธารณสุข

Q17: วันที่ฉีดวัคซีนโควิด 19 ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

คำตอบ: เอกสารที่ต้องใช้ คือ

  1. บัตรประจำตัวประชาชน
  2. หน้า application หมอพร้อม ที่ยืนยันการรับวัคซีน หรือ เอกสารการนัดรับวัคซีน กรณีลงทะเบียนผ่านโรงพยาบาลที่ท่านรักษาอยู่ หรือ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือ อสม.

Q18: รับวัคซีนแล้ว กลับมาใช้ชีวิตแบบปกติก่อน New Normal ได้เลยไหม?

คำตอบ: เมื่อได้รับวัคซีนแล้ว ร่างกายจะได้รับการกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาหลังจากรับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ซึ่งยังคงมีโอกาสที่จะได้รับเชื้อโควิด-19 แล้วเกิดอาการป่วยได้ แต่จะลดอาการป่วยรุนแรง และลดอัตราการเสียชีวิตลง จึงขอแนะนำให้ทุกท่านยังคงใส่หน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง และล้างมืออย่างสม่ำเสมอ จนกว่าจะมีประกาศจากทางกระทรวงสาธารณสุข

หากมีข้อสงสัยเรื่องการใช้ “หมอพร้อม” สอบถามได้ที่ 0-2792-2333
อ้างอิงข้อมูล:
– นพ.พงศธร แจงทุกข้อสงสัย ลงทะเบียน “หมอพร้อม” ทำไมลงยากลงเย็น (คลิปการให้สัมภาษณ์ link)
– ศูนย์ประสานงานข้อมูล “หมอพร้อม”

ที่มา: โรงพยาบาลพระรามเก้า

ขั้นตอน ‘ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด’ ต้องทำอย่างไรบ้าง?

เปิดขั้นตอน “ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด” ต้องทำอย่างไรบ้าง? พร้อมเปิดไทม์ไลน์การลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด กลุ่มไหนได้ลงทะเบียนจองคิวเมื่อไร และได้ฉีดเมื่อไร?

“วัคซีนโควิด” หนึ่งในความหวังของการลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 กระทรวงสาธารณสุข ได้อัพเดทแพลตฟอร์ม “หมอพร้อม” เวอร์ชั่น 2 เพื่อรองรับการ “ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด” ของประชาชนทั่วไป ซึ่งครอบคลุมทั้งช่องทางไลน์ออฟฟิเชียล (LINE Official Account) และแอพพลิเคชั่นหมอพร้อม รวมถึงยังสามารถไปติดต่อได้ที่โรงพยาบาลที่มีประวัติการรักษา และ 3.อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่

โดยเบื้องต้นมีการแบ่งกลุ่มช่วงเวลาของการลงทะเบียนฉีดวัคซีนไว้หลักๆ คือ รอบแรก เปิดให้ 2 กลุ่มที่สามารถเข้ามาลงทะเบียน ได้แก่ 1.ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 2.ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง และโรคเบาหวาน ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง เพื่อลดอาการป่วยรุนแรง และลดอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19

ซึ่งใน 2 กลุ่มแรกนี้จะเริ่มเข้ารับบริการฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ในการรับวัคซีนรอบแรกนี้ (มิ.ย. – ก.ค. 64) จะเป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) 16 ล้านโดส ซึ่งจะครอบคลุมการฉีดวัคซีนเข็มแรกของกลุ่มประชากรเป้าหมายในรอบนี้ที่มีอยู่ประมาณ 16 ล้านคน

ขณะที่ประชาชนทั่วไป อายุ 18-59 ปี สามารถเริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 และจะได้เริ่มเข้ารับวัคซีนตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป 

หากผู้ที่ต้องการเข้ามาลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิดในไลน์ออฟฟิเชียลของหมอพร้อม จำเป็นต้องเข้าไปที่แอพพลิเคชั่นไลน์ กดเพิ่มเพื่อน LINE OA หมอพร้อม เพื่อลงทะเบียนเข้าใช้งานหมอพร้อมก่อน ด้วยการกรอกข้อมูลเบื้องต้นก่อน แต่ถ้าผู้ใดที่ลงทะเบียนข้อมูลเบื้องต้นไว้แล้ว ก็สามารถไปสู่ขั้นตอนการลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีนโควิด-19 ดังนี้

1.กดเมนูจองฉีดวัคซีนโควิด-19

2.กดจอง

3.กดรับสิทธิ

4.ทำแบบคัดกรอง และกดบันทึก

5.หน้าจอแสดงการบันทึกข้อมูลคัดกรองเรียบร้อยและกดยินยอม 

6.เลือกโรงพยาบาล วัน และเวลา เพื่อจองฉีดวัคซีนโควิด ซึ่งหากดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ระบบจะแสดงข้อความว่า “จองฉีดวัคซีนสำเร็จแล้ว” 

7.ข้อความยืนยันนัดหมายการรับวัคซีนโควิด-19

ทั้งนี้เมื่อจองผู้ที่ดำเนินการไปแล้ว สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลการจอง ทั้งโรงพยาบาล วันและเวลาได้ 

นอกจากนี้หากผู้ที่จองฉีดวัคซีนสำเร็จแล้ว ก่อนถึงวันนัดหมายฉีดวัคซีน 1 วัน ระบบจะแจ้งเตือนเพื่อให้เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 และเมื่อฉีดเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้รับข้อความยืนยันการฉีดวัคซีน และใบแจ้งอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันมีแบบประเมินอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ด้วย 

เช่นเดียวกัน ก่อนถึงวันนัดหมายฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ก่อนหน้า 1 วัน ระบบจะแจ้งเตือนเพื่อให้เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 และเมื่อฉีดเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้รับข้อความยืนยันการฉีดวัคซีน และใบแจ้งอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันมีแบบประเมินอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ด้วย

ทั้งนี้เมื่อฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว จะได้ใบรับรองการฉีดวัคซีน สามารถสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อตรวจสอบความถูกต้องผ่านเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข 

ไขข้อข้องใจประเด็นอื่นๆ

1.หากเป็นกลุ่มเป้าหมายในระยะแรก แต่ไม่สามารถลงทะเบียนหมอพร้อมได้ จะทำอย่างไร?

ตอบ : ติดต่อโรงพยาบาลที่มีประวัติการรักษา เพื่อยืนยันและเพิ่มชื่อเข้าระบบ จากนั้นลงทะเบียนจองคิววัคซีนผ่านโรงพยาบาลหรือผ่านหมอพร้อม 

2.ผู้สูงอายุที่มีบัตรประชาชน ไม่มี Laser ID ต้องทำอย่างไร?

ตอบ : ติดต่อโรงพยาบาลที่มีประวัติการรักษา หรือ อสม.ที่ดูแล

3.ข้อมูลส่วนตัวที่แสดงไม่ตรงกับข้อมูลในปัจจุบัน จะทำอย่างไร?

ตอบ : เลือกที่เมนูแก้ไขข้อมูลส่วนตัว และกรอกข้อมูลส่วนตัวตามความเป็นจริงในปัจจุบันให้ถูกต้อง และกดบันทึก

4.ลงทะเบียนเลขบัตรประชาชนผิด เลขบัตรไม่ตรงกับชื่อ-นามสกุลที่แท้จริงจะทำอย่างไร?

ตอบ : ติดต่อศูนย์ประสานงานข้อมูลหมอพร้อม โทร 02-792-2333 เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูล

5.เลือกโรงพยาบาลแล้ว แต่เลือกวันจองคิวฉีดวัคซีนไม่ได้ จะทำอย่างไร?

ตอบ : เนื่องจากการกำหนดวันจองคิว เป็นไปตามการบริหารจัดการของแต่ละโรงพยาบาล หากโรงพยาบาลที่ต้องการยังไม่เปิดให้จองคิว ต้องติดต่อโรงพยาบาลโดยตรง หรือเลือกโรงพยาบาลอื่น

อย่างไรก็ตามหากมีข้อสงสัยเรื่องการใช้หมอพร้อม สามารถสอบถามได้ที่ 02-590-1493, 02-590-1495, 02-590-1497 และ 02-590-1206 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

รู้จักโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษที่พบในคลัสเตอร์ทองหล่อ

นอกจากจะเป็น ‘คลัสเตอร์ใหม่’ แล้ว สถานบันเทิงย่านทองหล่อยังสร้างความกังวลใจให้กับทุกคน เมื่อ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 ว่าพบ ‘สายพันธ์ุใหม่’ โดยเป็นสายพันธุ์อังกฤษ ซึ่งอาจทำให้การติดเชื้อเร็วขึ้น 1.7 เท่า

โควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ หรือ B.1.1.7 ตรวจพบครั้งแรกที่สหราชอาณาจักรในเดือนธันวาคม 2563 ขณะนี้มีรายงานใน 114 ประเทศ แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นผู้ป่วยนำเข้า ถ้าผลการตรวจรหัสพันธุกรรมยืนยันสายพันธุ์นี้ ประเทศไทยจะถือเป็นลำดับที่ 42 ของโลกที่มีการระบาด

คุณสมบัติของสายพันธุ์นี้ ไวรัสสามารถแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น 50% มีความสัมพันธ์กับการนอนโรงพยาบาลและการเสียชีวิต โดยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 1.6 เท่า แต่อัตราการติดเชื้อซ้ำยังไม่ต่างไปจากสายพันธุ์เดิม สิ่งที่หลายคนกังวลมากที่สุดน่าจะเป็นประสิทธิภาพของวัคซีน

วัคซีนที่มีรายงานผลประสิทธิภาพในประชากรแล้วคือ AstraZeneca พบว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการได้ 70.4% เทียบกับ 81.5% ต่อสายพันธุ์อื่น ส่วนวัคซีนอื่นๆ เป็นการทดสอบภูมิคุ้มกันในห้องทดลอง เช่น วัคซีน Sinovac มีประสิทธิภาพลดลงถึง 50%

แต่ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์เดิมหรือใหม่ เชื้อยังคงแพร่ผ่านสารคัดหลั่งทางเดินหายใจ วิธีการป้องกันโรคจึงเหมือนเดิมคือการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่างจากผู้อื่น และหลีกเลี่ยงสถานที่ที่ระบายอากาศได้ไม่ดี ส่วนการฉีดวัคซีนมีเป้าหมายเพื่อลดความรุนแรงของโรคเป็นหลัก

รู้จักโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษที่พบในคลัสเตอร์ทองหล่อ

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

อ้างอิง:

ที่มา – รู้จักโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษที่พบในคลัสเตอร์ทองหล่อ

กทม. เปิดขั้นตอนลงทะเบียน ฉีดวัคซีนโควิด-19

cr; @cottonbro/pexels.com

กรุงเทพฯ เผยเงื่อนไขและขั้นตอน สำหรับผู้ที่ต้องการลงทะเบียนขอรับการฉีดวัคซีนโควิด-19

วันที่ 16 มีนาคม 2564 ร้อยตำรวจเอก พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความทางเพจเฟซบุ๊ก ระบุเงื่อนไขของผู้ที่สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 พร้อมสรุปขั้นตอนการขอรับวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนในกรุงเทพมหานคร ข้อความดังนี้…

สรุปการฉีดวัคซีน COVID-19

กทม.พร้อมฉีดวัคซีนให้กับประชาชน แล้ว โดยระยะแรกจะฉีดให้กับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่เป็นโรคประจำตัว 7 โรค และรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 6 เขต ที่ติดกับสมุทรสาครก่อน ซึ่งถ้าติดเชื้อแล้วอาจจะมีอาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป

ผู้ที่จะได้รับวัคซีน จะต้องมีคุณสมบัติครบทั้ง 3 ข้อ

  1. มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค ได้แก่ 1) โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง 2) โรคหัวใจและหลอดเลือด 3) โรคไตเรื้อรัง ระยะที่ 5 4) โรคหลอดเลือดสมอง 5) โรคมะเร็งทุกชนิดที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด รังสีบำบัด และภูมิคุ้มกันบำบัด 6) โรคเบาหวาน และ 7) โรคอ้วน
  2. รักษาอยู่ในโรงพยาบาลพื้นที่เสี่ยงที่ติดกับจังหวัดสมุทรสาคร 6 เขต ได้แก่ เขตบางขุนเทียน เขตบางบอน เขตหนองแขม เขตจอมทอง เขตบางแค เขตภาษีเจริญ
  3. เป็นผู้มีอายุระหว่าง 18-59 ปี 10 เดือน (เกิดระหว่างวันที่ 15 พ.ค. 2504 – 15 มี.ค. 2546)

– ผู้มีอายุระหว่าง 50-59 ปี 10 เดือน (เกิดระหว่างวันที่ 15 พ.ค. 2504 – 15 มี.ค. 2514) ลงทะเบียนได้เลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

– ผู้มีอายุระหว่าง 18-49 ปี (เกิดระหว่างวันที่ 16 มี.ค 2514 – 15 มี.ค. 2546) เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.นี้ โดยกลุ่มนี้จะได้รับวัคซีนในลำดับถัดไป

ลงทะเบียนรับวัคซีนได้ 2 วิธี

  1. ลงทะเบียนผ่าน Line Official “หมอพร้อม”
  2. ลงทะเบียนได้ที่ รพ.สังกัด กทม. /ศูนย์บริการสาธารณสุข ทุกแห่งใกล้บ้าน สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการใช้สมาร์ทโฟน

สำหรับการฉีดวัคซีนในกลุ่มอื่น ๆ จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไปครับ

ขอความร่วมมือให้ทุกคนป้องกันตัวเอง ร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด จะทำให้เราควบคุมสถานการณ์ให้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมได้อีกครั้ง

สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง กันด้วยนะครับ

ที่มา: prbangkok

หมอพร้อม วัคซีนพร้อม คุณพร้อมหรือยัง

“หมอพร้อม” “มั่นใจ ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ” ระบบการให้บริการวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมให้บริการ

หมอพร้อมไม่ใช่ระบบจองวัคซีน
แต่เป็นระบบรองรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของแต่ละกลุ่ม ที่มีความเสี่ยงแตกต่างกันไป
ใช้เป็นช่องทางสื่อสาร
เป็นระบบรายงานติดตามอาการที่ไม่พึงประสงค์
เป็นระบบนัดหมายในการรับวัคซีนเข็มที่ 2

หมอพร้อม Line Official Account

  • หมอพร้อม ไม่ใช่ application ไม่ใช่การต้องโหลดมาติดตั้งแบบแอปอื่นๆ 
  • หมอพร้อม เป็น Line Official Account ที่อยู่ใน Line ที่เราใช้กันทุกวันนี่เอง 
  • วิธีการเข้าถึงคือ พิมพ์ “หมอพร้อม” หรือ ผ่าน QR Code หรือ ลิงค์ line://ti/p/@475ptmfj
  • ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android

วัตถุประสงค์ของหมอพร้อม กับการฉีดวัคซีนโควิด-19

  • หมอพร้อมไม่ใช่ระบบจองวัคซีน อย่าเข้าใจผิด ไม่ใช่การลงชื่อเพื่อหวังจะได้จองคิวฉีดวัคซีนนะจ๊ะ
  • หมอพร้อม ใช้เป็นระบบรองรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของแต่ละกลุ่ม ที่มีความเสี่ยงแตกต่างกันไป
  • หมอพร้อม จะถูกใช้เป็นช่องทางสื่อสาร ระหว่างหน่วยงานที่จัดการเรื่องการฉีดวัคซีน การติดตามผลการฉีด กับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว
  • ใช้เป็นระบบรายงานติดตามอาการที่ไม่พึงประสงค์ ที่อาจจะเกิดกับผู้ที่รับวัคซีนไปแล้ว
  • ใช้เป็นระบบนัดหมายในการรับวัคซีนเข็มที่ 2 

วิธีใช้งาน

  1. หลังจากหาแอพเจอและกดเพิ่มเพื่อนไปแล้ว ก็มีขั้นตอนคือ 1) ต้องลงทะเบียน 2) ตรวจสอบข้อมูล และยืนยัน  นอกจากตัวเองแล้ว ยังสามารถลงทะเบียนแทนคนในครอบครัวได้ โดย ไปที่หน้าต่างยืนยันข้อมูลอีกครั้ง กด “เพิ่มบุคคลอื่น” และ “ระบุความสัมพันธ์” แล้ว “ลงทะเบียนและยืนยัน” รอยืนยันจากระบบ หากลงทะเบียนสำเร็จ
  2. ตรวจสอบและยืนยันสิทธิการรับวัคซีนโควิด-19 
    ไปที่หน้าหลัก กดเมนู “วัคซีน” ตรวจสอบข้อมูล แล้วกดปุ่มรับสิทธิ์ สามารถค้นหาหน่วยงานที่ให้บริการวัคซีนได้
  3. ประเมินอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 (ประชาชน)
    3.1 หลังฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 แล้ว จะได้รับข้อความยืนยัน 3.2 ทำแบบประเมิน หลังจากได้รับวัคซีน ในวันที่ 1 (วันแรก) 3.3 จะได้รับการแจ้งเตือนให้ทำแบบประเมินครั้งที่ 2 ในอีก 7 วัน หลังจากฉีดวัคซีน3.4 จะได้รับการแจ้งเตือนให้ทำแบบประเมินครั้งที่ 3 ในวันที่ 30 วัน หลังจากฉีดวัคซีน3.5 จากนั้นจะได้รับการแจ้งเตือนฉีดวัคซีนเข็มที่ 2
  4. ประเมินอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 (ประชาชน)
    4.1 หลังฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว จะได้รับข้อความยืนยัน 4.2 ทำแบบประเมิน หลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ในวันที่ 1 (วันแรก) 4.3 จะได้รับการแจ้งเตือนให้ทำแบบประเมิน อีก 3 ครั้ง คือในวันที่ 7 30 และ 604.4 หลังจากนั้นจะได้รับการยืนยันว่าได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 เข็ม ถือเป็นอันได้รับวัคซีนโดยครบถ้วนสมบูรณ์